อาม้า

เวลา 17.00 น. วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน … กำหนดพระราชทานเพลิงศพ “อาม้าของฉัน” (เป็นกรณีพิเศษ)

เราทุกคนต่างก็เป็นทุกข์เมื่อต้องสูญเสียคนที่เรารักไป หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ฉันก็เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ คนที่ทุกข์เพราะสูญเสียอาม้าผู้ซึ่งเป็นที่รักไป

เสียงน้องชายโทรมาบอกข่าวการเสียชีวิต โลกของฉันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เสียงรอบตัวเงียบหาย แล้วน้ำตาก็ค่อยๆ ไหลออกมาไม่หยุด

ฉันรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าจะคิดอะไร เหมือนทุกอย่างหยุดชะงักลงกระทันหัน เมื่อสมองรับรู้และสงบลงได้สักหน่อย ความรู้สึกผิดก็ถาโถมเข้ามา

อาม้าเสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน

ก่อนหน้านั้น ฉันนัดแนะกับน้องชายว่าจะไปเยี่ยมอาม้า แต่พอถึงวันนัด ฉันกลับลืมเสียสนิท น้องชายก็เฝ้าโทรตาม แต่ฉันก็ไม่ได้รับสายเพราะไม่ได้สนใจโทรศัพท์มือถือและปล่อยวางทิ้งไว้ในห้อง จนเมื่อน้องชายตัดสินใจโทรเข้าหาเบอร์ของสามีแทน

“แกไปเลยแล้วกัน ลืมจริงๆ ขอโทษที เอาไว้คราวหน้าค่อยไปแล้วกัน นี่พีท (ลูกชาย) ก็ออกไปบ้านน้าอ้อม ไม่รู้จะกลับกี่โมง ไม่ต้องรอชั้นแล้วกัน”

คำพูดในวันนั้นเป็นคำพูดที่ฉันเสียใจที่สุดครั้งหนึ่ง เราไม่มีวันรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ฉันทำมันคือการผลัดวันประกันพรุ่ง และฉันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด

จากวันที่อาม้าเสียจนถึงวันที่เสร็จพิธี ฉันตั้งใจว่าจะให้เวลากับงานนี้มากที่สุด ตั้งใจใช้เวลาที่มีอย่างเต็มที่ แม้อาม้าอาจจะไม่มีโอกาสรับรู้ แต่นี่ก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฉันพอจะทำได้ในเวลานี้

ในวัยเด็กฉันและน้องๆ ใช้เวลาอยู่กับอาม้าค่อนข้างมาก จากที่บ้านอยู่ใกล้กัน จนภายหลังก็ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกัน ห้องของอาม้าเป็นที่ที่พวกเราชอบเข้าไปเป็นที่สุด ห้องชั้นลอยมีของเยอะ มีมุมเล็กมุมน้อยให้ได้เล่น และมีวอลเปเปอร์ลายนูนที่เด็กมือบอนอย่างฉันอดที่จะเอามือแคะเล่นไม่ได้

อาม้าเป็นคนใจดี ชอบไหว้พระ แม้กระทั่งทุกครั้งที่นั่งรถผ่านวัดต่างๆ อาม้าก็จะยกมือขึ้นไหว้้ แล้วก็บอกหลานๆ ให้ไหว้ด้วย เวลาเรานั่งรถผ่านไปทางแม่กลองทีไร ก็จะได้ยกมือไหว้กันหลายวัดเลยทีเดียว

นอกจากนั้น อาม้าก็เป็นคนที่ชอบอ่านป้ายเวลานั่งรถผ่าน อาม้าจะอ่านออกเสียงด้วย ทำให้ฉันติดนิสัยชอบอ่านป้ายเหมือนกัน มาลองนึกๆ ดูนี่คงเป็นพื้นฐานให้ฉันรักการอ่านโดยไม่รู้ตัว

อาม้าจะกินเจตามวันของจีน และจะทำอาหารเจเอง อาม้าจะเคร่งครัดกับการกินเจมากขนาดที่ว่าจะแยกจาน ชาม หม้อ กระทะระหว่างอาหารเจ และอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์กันเลยทีเดียว แน่นอนว่าเนื้อวัวเป็นของต้องห้าม ห้ามนำเข้าบ้าน ฉันจึงไม่เคยกินเนื้อวัวและไม่เคยคิดอยากกินเลยสักครั้ง

ชีวิตวัยเด็กของฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากอาม้า

และอาม้าในสายตาของเด็กอย่างฉัน ก็เป็นคนที่น่ารักและใจดีเสมอมา

หลายปีมานี้อาม้าล้มป่วย เริ่มจากที่หกล้ม ในช่วงแรกๆ เราก็ได้แต่หวังว่าอาม้าจะกลับมาเดินได้ตามปกติ แต่นานวันอาม้าก็ต้องมีคนมาช่วยดูแล กายภาพบำบัดที่เคยทำก็หยุดไป ได้แต่นอนอยู่บนเตียง พวกเราก็แวะเวียนไปเยี่ยมบ้างเมื่อมีโอกาส

บางครั้งอาม้าก็คุย แม้จะฟังไม่ค่อยออกว่าพูดว่าอะไร แต่พวกเราก็ยังได้แซวอาม้า และให้กำลังใจ ขอให้อาม้าหายป่วยไวๆ

น่าเสียดายที่วันนั้นไม่เคยมาถึง

ฉันยังจำใบหน้าของอาม้าที่ยิ้มเวลาที่เราแซวกันเองให้อาม้าฟังได้ดี ฉันคิดว่าอาม้าคงจะมีความสุขที่หลานๆ ไปเยี่ยม ฉันเองก็มีความสุขเหมือนกัน

มาวันนี้ อาม้าจากไปแล้ว อากงคงจะเดินทางมารับภรรยาที่จากกันไปหลายปีไปอยู่ด้วยกัน

แต่ถึงอาม้าจะจากพวกเราไป ก็เป็นการจากกันแค่เพียงทางกาย สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้ดีก็คืออาม้าจะอยู่ในใจฉันเสมอตลอดจนชั่วชีวิต และฉันหวังว่าวันหนึ่งเราจะได้พบกันอีกครั้ง

 

 

พฤศจิกายน 30, 2013 at 4:13 pm ใส่ความเห็น

how to enjoy life ฉบับเด็กน้อย – 1

yoghurtในวันเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูสับสนวุ่นวายอย่างชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน

เราต่างเสาะแสวงหา ไขว่คว้าสิ่งต่างๆ ที่เราเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสุข

หลายสิ่งดูจะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก หากแต่เมื่อเราได้สิ่งนั้นมา เรากลับไม่รู้สึกสุขอย่างที่คาดหวัง

***

เช้าวันนี้ ขณะที่แม่เดินไปหาของกินยามเช้าที่ตู้เย็น…

“แม่ๆ เกิร์ตๆ” เสียงคุณลูกเรียกร้องหาของโปรด

“ครับ เดี๋ยวแม่หยิบให้”

คุณลูกชายตักโยเกิร์ตกินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่กลัวปากเลอะ ไม่กลัวไม่หล่อ …

“พี่พีทชอบโยเกิร์ตไหมครับ”

“ชอบเกิร์ต” ^_^

***

แค่นี้เด็กน้อยก็มีความสุขแล้ว และแม่ก็พลอยมีความสุขไปด้วย

พฤศจิกายน 19, 2013 at 6:25 am ใส่ความเห็น

อาหารมื้อแรก

rice

แม้จะเคยทำอาหารมาหลายครั้ง แต่การทำอาหารมื้อแรกให้ลูกทำให้แม่เกิดอาการประหม่าไม่น้อย

อาหารมื้อแรกของพีทตามที่คุณหมอแนะนำคือ ข้าวบดผสมนมแม่ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการหัดให้พีทกลืนมากกว่าที่จะเป็นการให้พีทกินอาหารแบบจริงจัง คุณหมอบอกว่าปริมาณที่กินได้ไม่สำคัญ ถ้าได้ซักช้อนสองช้อน (ชา) ก็นับว่าใช้ได้ดี และแนะว่าให้ใช้คาร์ซีทเป็นพร็อพให้ลูกนั่งได้

แม่เลยได้โอกาสฉลองเซ็ตทำอาหารคอมบิที่ได้มาเป็นของขวัญ

ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่นำนมแม่ที่ปั๊มเอาไว้ประมาณ 1 ออนซ์ มาผสมกับข้าวสวยปริมาณซัก 1 ช้อนชาที่ครูดผ่านตะแกรงและคนให้เข้ากัน จะได้ข้าวบดนมแม่เหลวๆ

เวลาป้อนใช้ช้อนสำหรับเด็กที่ปลายช้อนเป็นยาง จะได้ไม่ระคายเคืองเหงือกของลูก

โดยส่วนตัวชอบช้อนของคอมบิเพราะขนาดพอดีกับปากพีท ข้อเสียอย่างหนึ่งของช้อนปลายยางก็คือเวลาใช้ตักพวกฟักทองหรือแครอท มักจะมีสีติดล้างไม่ค่อยออก

 

เมษายน 17, 2013 at 10:58 am ใส่ความเห็น

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้

การได้เป็นแม่เป็นการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่

ทำให้ได้รู้ว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่เรายังไม่รู้

และรอให้เราได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับลูก

พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก

แต่ลูกก็เป็นครูคนสำคัญสำหรับแม่เช่นกัน

ครูตัวน้อยของฉัน

ครูตัวน้อยของฉัน

มีนาคม 16, 2013 at 4:21 am 1 comment

พาเด็กชายพีทมาเที่ยวหัวหิน (วันแรก)

20121028-221750.jpg

เคยพาคุณลูกบุกมาเที่ยวถึงหัวหินเมื่อประมาณ 5 เดือนที่แล้ว พร้อมกับคุณพ่อ คุณยาย และคุณน้า และตกลงเป็นมั่นเป็นเหมาะกับสามีว่าจะไม่พาลูกออกเที่ยวอีกจนกว่าลูกจะอายุครบ 1 ขวบ เพราะกว่าจะเตรียมการ จัดกระเป๋า รบกับคุณลูกที่ร้องจ๊ากทุกครั้งที่พานั่งคาร์ซีท ฯลฯ มันแสนเหนื่อย

แต่แล้วเวลาผ่านไปจนลูกอายุ 9 เดือน ความรู้สึกคิดถึงหัวหินก็ทวีความรุนแรงขึ้น จนทำให้เราสามคนพ่อแม่ลูกลืมความเหนื่อยครั้งก่อน แล้วจัดการแพ็คกระเป๋า หอบรถเข็น คาร์ซีท อาหารเด็ก ช้อน ถ้วย ห่วงยาง และอีกหลายต่อหลายอย่างมาถึงหัวหินในวันนี้

ขั้นตอนแรกคือการจองโรงแรมที่เราจะคำนึงถึงความสะดวกและเหมาะกับครอบครัวเป็นหลัก คราวนี้เราเลือกมาพักที่ Amari Residence ที่มีโปรโมชั่นพัก 1 คืนแถม 1 คืนที่เตะตาคุณแม่อย่่างฉันผู้ซึ่งชอบการลดแลกแจกแถมอยู่เป็นทุนเดิม

ครั้งนี้เราเลือกห้องพักแบบห้อง suite เพราะไหนๆ ก็มีโปรฯ ดี ราคาจึงไม่แพงเกินไป (คิดคำนวนดูแล้วถูกกว่าห้องที่เราเคยไปพักที่ InterContinental หัวหิน)

กว่าจะออกจากบ้านได้ก็เอ้อระเหยลอยชายกันไปจนเกือบ 11 โมง ออกมาได้ซักพักคุณลูกก็หลับ เราสองคนเลยตัดสินใจแวะซื้ออาหารรองท้องแบบไดรฟทรูแทนที่จะแวะกินข้าวแกงแถวเพชรบุรีอย่างที่ทำเป็นประจำ ซื้อไดรฟทรูเสร็จ คุณลูกดันตื่น และเริ่มประท้วงไม่ยอมนั่งคาร์ซีท…

จุดหมายแรกของเราคือ Santorini Park ที่ใครๆ ก็นิยมแวะถ่ายรูป ที่นี่คิดค่าเข้าคนละ 50 บาท ส่วนชายพีทเข้าฟรี (แหม ถ้าคิดค่าเข้าจากเด็ก 9 เดือนก็ดูจะโหดไปหน่อยนะ) ตอนแรกอยากพาลูกขึ้นชิงช้าสวรรค์ แต่ชิงช้ามันหมุนช้าเหลือเกิน เกิดขึ้นไปแล้วลูกร้อน ร้องงอแง อิฉันจะทำยังไง เลยตัดสินใจไปเล่นม้าหมุนแทน (คิดถึงม้าหมุนสวนสยามที่สมัยเด็กๆ ชอบนั่งมาก)

คุณลูกดูจะเพลินกับการนั่งม้าหมุน (แต่เราแม่ลูกนั่งในรถม้าแทนนะ เพราะไม่สามารถปีนขึ้นไปนั่งบนม้าได้) แม่ก็เพลินไปด้วย แต่พอหมุนหลายๆ รอบเข้าแม่ชักมึน… สังขารไม่เที่ยงเยี่ยงนี้นี่เอง

ลงจากม้าหมุนแล้วหน้าจะมืด เพราะแดดร้องเปรี้ยงมาก แถมเจอหมุนๆๆๆ หลายรอบ เลยต้องแวะหาที่นั่งจิบน้ำซะหน่อย ก่อนจะกลับ ที่จริง ใกล้ๆ กันมีฟาร์มแกะเปิดใหม่ที่อยากแวะพาลูกไปดู แต่อากาศแบบนี้ขอหนีดีกว่า เดี๋ยวลูกจะร้อนจนป่วยเอา

ขับมาจนถึงหัวหิน ก็แวะกินซีฟู๊ดที่ร้่านแสงไทย ก่อนเข้าโรงแรม

Amari Residence เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ตอนที่ดูเว็บก็นึกสงสัยอยู่ว่าที่นี่มันจะติดทะเลรึเปล่าหว่า… แต่ก็คิดว่าโรงแรมดีๆ จะไม่อยู่ติดทะเลเลยหรือ

แล้วลางสังหรณ์ก็เป็นจริง โรงแรมไม่ติดทะเลจริงๆ ด้วย แง! แต่มาแล้วก็ต้องเลยตามเลย

ห้องพักเราอยู่ชั้น 6 แน่ะ (จริงๆ ถ้าพักชั้นล่างก็จะสะดวกดีเวลาไปสระว่ายน้ำ) ห้องของเราขนาดพอเหมาะ มีแบ่งโซนห้องนั่งเล่น มีโต๊ะอาหาร และโซนห้องนอนที่มีประตูบานเลื่อนไปยังห้องน้ำที่มีอ่างกลมใบใหญ่ ห้องชาวเวอร์ ตู้เสื้อผ้าแบบวอร์คอินขนาดย่อม และห้องสุขาแยกเป็นสัดส่วน ตกแต่งแบบสบายๆ แนวครอบครัว เน้นสีเขียวอ่อนและสีขาว ดู cosy

พอกระเป๋าขึ้นมาส่ง ฉันก็จัดแจงป้อนอาหารลูก วันนี้ไฮนซ์เป็นคนทำ (ー ー;) (ซื้ออาหารแบบขวดมาเพื่อความสะดวก) แต่ปกติแม่จะลงมือทำอาหารให้คุณลูกเองทุกมื้อ

กินเสร็จสักพักก็ได้เวลาเล่นน้ำ แม่กับพ่อหอบสมบัติคุณลูก ได้แก่ ห่วงคอ ห่วงยางแบบ baby seat ของเล่น ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ลงไปที่สระ วันนี้มอบหน้าที่เล่นนำ้กับลูกให้คุณพ่อ ส่วนแม่ขอถือกล้องเก็บภาพกีฬามันๆ อยู่ที่ขอบสระ

ตุลาคม 28, 2012 at 3:22 pm ใส่ความเห็น

อีก 1 วันก็ 7 เดือน

คิดถึง wordpress มากหลังจากห่างหายไปนาน กับภารกิจยิ่งใหญ่ของการเลี้ยงดูลูกน้อยกลอยใจ

พรุ่งนี้พี่พีทก็จะอายุครบ 7 เดือนแล้ว

สิงหาคม 22, 2012 at 5:30 am 2 ของความคิดเห็น

เบบี้มูน อิน เจแปน – โมโมฟุกุ อันโด และ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอวกาศ

logo of Cupnoodles Museum

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่เรียกได้ว่ามีพิพิทธภัณฑ์แบบ “เฉพาะทาง” ให้ได้เลือกเที่ยวชมตามความสนใจที่หลากหลายกันไปในแต่ละคน พิพิทธภัณฑ์เฉพาะทางที่หนึ่งที่หลายคนคงไปเที่ยวกันมาแล้วคือราเมงมิวเซียมที่เมืองโยโกฮามา ใกล้ๆ กับโตเกียวนี่เอง

โยโกฮามามีชื่อเรื่องของกิน โดยเฉพาะอาหารจีน ใครที่เป็นแฟนรายการทีวีญี่ปุ่น คงจะคุ้นกับร้านอาหารหลากหลายที่แต่ละรายการต่างพาไปชม (ชิม – โดยผู้ดำเนินรายการ แล้วปล่อยให้เราน้ำลายสอ) เกี๊ยวซ่ายักษ์ควันฉุยบ้างล่ะ ซาลาเปาทีวีแชมเปี้ยนบ้างล่ะ โอ๊ย…พูดแล้วหิว

คราวที่แล้วที่ไปเยือนญี่ปุ่น ได้ไปแวะกินราเมงที่ราเมงมิวเซียมมาแล้ว คราวนี้เลยถือโอกาสสคิปโปรแกรมเดิมๆ ไปหาที่เที่ยวที่ใหม่อย่าง Cup Noodles Museum กันบ้างค่ะ

เราคงได้ยินชื่อนิชชินคัพนู้ดเดิ้ลกันมาแล้ว แม้ในบ้านเรานิชชินจะไม่โด่งดังเท่า มาม่า และไวไว แต่ก็หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป คุณรู้หรือไม่ว่านิชชินนี่แหละเป็น “เจ้าเก่า” ตัวจริงเสียงจริงในวงการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป!

และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แพร่หลายไปทั่วโลกก็คือคุณโมโมฟุกุ อันโด ผู้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมาเป็นคนแรกนี่เอง

ของบางอย่างเราคุ้นชินในชีวิตประจำวัน จนอาจมองข้ามความสำคัญ หรือความยิ่งใหญ่ของการค้นพบครั้งแรกไป ฉันว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เป็นหนึ่งในนั้น

ว่าแล้วเราก็มาควักกระเป๋า 500 เยนต่อคน แล้วเข้าไปเที่ยวพิพิทธภัณฑ์แห่งนี้กันเถอะ!

The museum cube

ฉันจัดแจงวางแผนไปเที่ยว Cup Noodles Museum ในวันจันทร์ ด้วยความเข้าใจ (ผิด) ว่าคนจะได้ไม่เยอะ และเราจะเที่ยวชม-ชิม-ช้อป ได้อย่างสบายอารมณ์ หารู้ไม่ว่าวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคมนั้น เป็นวันหยุดราชการของที่ญี่ปุ่นพอดิบพอดี! ซึ่งก็คือวัน Health and Sports Day (Taiiku no Hi – 体育の日) ซึ่งเป็นวันจันทร์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม แถมที่โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ยังมีงานประจำปีอีก

จากโตเกียว ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงเมืองท่าโยโกฮาม่า และเราก็ตรงไปย่านมินาโตะมิไร (Minato Mirai) อันเป็นที่ตั้งของ Cup Noodles Museum ซึ่งเราก็เดินหลงๆ งงๆ ตามฝูงชนไป ท่าทางไม่ค่อยดี เพราะคนเยอะเหลือเกิน

หลังจากเดินตามสองสาวญี่ปุ่นไปได้สักพัก เราก็มาพบกับตึกพิพิทธภัณฑ์รูปพรรณสัณฐานเดียวกับที่เห็นในเว็บไซต์ โอเค เรามาถูกทางแล้ว แต่ช้าก่อน … แม่เจ้า ทางเข้าพิพิทธภัณฑ์มีแถวยาวเหยียดสุดลูกตา อ้อมไปหลังตัวตึก ชวนระทึกยิ่งนักว่ามันจะยาวไปถึงที่ไหน

endless queueueueueueue

แต่ไหนๆ ก็ดั้นด้นและมุ่งมั่นมาแล้ว ก็ต้องไปต่อค่ะ เราเดินข้ามถนนและอ้อมตึกสีน้ำตาลแดงทรงสี่เหลี่ยมแลดูโมเดิร์นนั้นไป เพื่อเสาะหาหางแถวซึ่งยาวออกไปหลายร้อยเมตร… เจ้าหน้าที่สาวที่คอยแจกโบรชัวร์แจ้งว่าจากจุดที่เรารอ จะใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงครึ่งจึงจะได้เข้า

ลังเล ลังเล ลังเล แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าแถวต่อ แถวยาวเหยียดนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่เป็นระเบียบตามนิสัยของพี่ยุ่นที่ไม่มีมาแทรกแถวให้รำคาญหัวใจ พ่อแม่พาลูกๆ มาเที่ยวกันหลายครอบครัว ข้างหน้าเราเป็นคุณพ่อลูกสองที่ลูกสาวดูสงบเสงี่ยม แต่เจ้าลูกชายซนใช่ย่อย จนโดนคุณพ่อเบิร์ดกระโหลกไปหลายครั้ง

เวลาผ่านไปราว 45 นาที เราก็มาถึงปากทางเข้า เตรียมจ่ายสตางค์ค่าเข้าชม ที่นี่มี audio guide ให้ยืม และมีแบบภาษาอังกฤษด้วย โดยเสียค่ามัดจำเครื่องละ 2,000 เยน (เจ้าหน้าที่จะคืนเงินให้ตอนนำ audio guide มาคืน) โล่งใจที่ได้เข้าซะที เจ้าหน้าที่สาวถามเราว่าสนใจจะทำ My Cupnoodles ด้วยรึเปล่า (ซึ่งรายการนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่หมายใจจะมาทำ) มันคือบะหมี่ถ้วยแบบ customize ที่เราจะวาดลายลงบนถ้วย เลือกเครื่องปรุงต่างๆ มาเป็นบะหมี่ในแบบของตัวเอง

อนิจจา คนเยอะมาก และ My Cupnoodles Factory ก็กำหนดเวลาซะด้วย โดยทำเป็นรอบๆ รอบที่เร็วที่สุดที่ยังว่างคือ 5 โมงเย็น (ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 11 โมง) เราเลยต้องตัดใจจากโปรแกรมนี้ไปโดยปริยาย

the GRAND staircases

เอาหล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เรามาเริ่มชมพิพิทธภัณฑ์กันเลยดีกว่า อ่อ ข้อดีของที่นี่คืออนุญาตให้ถ่ายรูปได้ไม่อั้นค่ะ แต่วันที่คนเยอะๆ อย่างนี้อาจจะหามุมยากนิดนึง

cup noodles (wonder)wall

เริ่มจากขึ้นบันไดกว้าง ดูโมเดิร์นมากๆ ไปที่ชั้น 2 ห้องแรก Instant Noodles History Cube จัดแสดงแพคเกจจิ้งของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของนิชชิน ตั้งแต่ Chicken Ramen ซองแรก จนถึงที่พัฒนาเป็นแบบต่างๆ หลากรส หลายสไตล์ เอาใจตั้งแต่คุณหนูๆ หนุ่มๆ นักกีฬา ไปจนถึงสาวๆ ที่ห่วงใยสุขภาพ รวมทั้งรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นต่างๆ ละลานตามาก

oh-so-red theatre

ถัดจากนั้นเป็น Momofuku Theatre ห้องสีแดงแจ๊ดที่ฉายเรื่องราวของคุณอันโด ว่าด้วยการคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมาจนกระทั่งประสบความสำเร็จ เป็นวิดิโอที่ดูไม่ยาก (แม้เราจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น) ได้เห็นว่าคุณอันโดแกเป็นที่คนมีไอเดียน่าสนใจจริงๆ แถมที่สำคัญยังมีความมานะอดทนในการทำความคิดนั้นให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้จริง เรียกว่าจุดประกายความคิดสร้างสรรค์กันได้ดีจริงๆ

ออกจากโรงหนังก็จะเจอกับกระท่อมจำลองที่แสดง “ห้องทำงาน” ของคุณอันโด ในการคิดค้นชิกเก้นราเมงขึ้นครั้งแรก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างสนุกกับการแทรกตัวเข้าไปดูเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในห้องทดลองเล็กๆ แห่งนี้ กระท่อมธรรมดาๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก

no-more-bowl – have a cuppa

ว่าแล้วก็มาถึงส่วนของประวัติชีวิตของ Momofuku Ando ที่แสดงเรื่องราวชีวิต และการคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเขา ตั้งแต่แบบซอง จนได้ไอเดียจากการไปเยือนอเมริกา ที่มีคนเอาบะหมี่ของเขาบิใส่ลงไปในถ้วยกาแฟแล้วเติมน้ำร้อน ทำให้สะดวกในการกินยิ่งขึ้น เป็นจุดต้นกำเนิดของบะหมี่ถ้วย ตลอดจนการคิดค้นวิธีบรรจุบะหมี่ลงถ้วย และการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับนักบินอวกาศ! ทุกสิ่งอย่างล้วนเกิดจากกระบวนการคิดที่สร้างสรรค์ของชายผู้นี้

คุณอันโดเสียชีวิตในวัย 96 ปี และตลอดชีวิตของเค้าก็ทุ่มเทกับการสร้างสรรค์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หนังสือพิมพ์ The New York Times ให้ฉายาเขาว่า Mr. Noodle ลองคลิกไปอ่านบทความนั้นกันได้ที่นี่ค่ะ

ส่วนถัดไป คือ Creative Thinking Box เป็นนิทรรศการแบบ interactive ให้เรามีส่วนร่วมในการเรียบรู้และสร้างสรร เด็กๆ สนุกกันใหญ่เชียว :)

มาถึงจุดนี้ ก็เริ่มหิวแล้ว ชั้นถัดไปเป็นส่วนของ Chicken Ramen Factory ซึ่งต้องจองล่วงหน้า โดยให้ลงมือทำชิกเก้นราเมงกันตั้งแต่เส้นบะหมี่เลยทีเดียว และ My Cupnoodles Factory ที่รอบเต็มจนถึง 5 โมง

more queue at Noodles Bazaar

เราข้ามไปที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นส่วนของร้านอาหาร Noodles Bazaar ในบรรยากาศสตรีทฟู๊ดของเอเชีย แต่จะกินทั้งที ก็ยังต้องต่อแถวค่ะ คนเยอะมากเช่นเดิม ที่นี่จะมีให้เลือก 8 เมนู เป็นบะหมี่ตัวแทนจากชาติต่างๆ ของบ้านเราก็เป็นบะหมี่ต้มยำกุ้ง ส่วนของอินโดนีเซียเป็น Mie Goreng อิตาลีก็มีพาสต้า เป็นต้น ราคาถ้วยละ 300 เยน ปริมาณน้อยนิด ประมาณว่าให้ลองชิมมากกว่าจะกินเอาอิ่ม นอกจากนี้ชั้น 4 นี้ยังมีส่วนสนามเด็ก Cupnoodles Park เล่นให้น้องๆ หนูๆ มาเล่นอีกด้วย

และเช่นเดียวกับการเที่ยวสถานที่อื่นๆ เราจบทริปลงด้วยการแวะช้อปที่ museum shop ที่มีสินค้าเก๋ๆ ให้เลือกซื้อหลายรายการ แต่ผิดหวังนิดนึงตรงที่มีสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่เยอะ ที่มีเป็น box set แบบรวมรสซึ่งกล่องใหญ่เกินกว่าจะแบกกลับบ้าน เลยไปได้ของกระจุกกระจิก พวกตุ๊กตา และเครื่องเขียนต่างๆ แทน

A ride back home?

ก่อนจาก ขอทิ้งท้ายนิดนึงว่า The sky is no limit. ท้องฟ้าไม่ได้เป็นขีดจำกัด ลองดูคุณอันโดเป็นตัวอย่างสิคะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเค้าไปไกลถึงอวกาศเลยทีเดียว :)

ธันวาคม 22, 2011 at 6:53 am ใส่ความเห็น

Older Posts


เมษายน 2014
อา พฤ
« พ.ย.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

หน้า

Blog Stats

  • 127,095 hits

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.