Archive for มกราคม 15th, 2008

cours de langue et de civilisation françaises

cours de langue 

ได้ดูสารคดีเฉลิมพระเกียรติที่กล่าวถึงพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทางด้านภาษาฝรั่งเศสแล้วชวนให้ย้อนระลึกถึงช่วงเวลาครั้งที่เคยได้เรียนภาษาฝรั่งเศสในชั้นมัธยม

การเรียนภาษาฝรั่งเศสแตกต่างจากภาษาอังกฤษตรงที่ว่าภาษาอังกฤษเรียนมาตั้งแต่เด็ก จึงเรียนกันแบบเรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป อ่านผิดอ่านถูก ออกเสียงไปตามที่ครูสอน พอเปลี่ยนครูบางทีก็เปลี่ยนเสียง เปลี่ยนสำเนียง จนได้ออกมาเป็นภาษาอังกฤษแบบไทยๆ อยู่ทุกวันนี้ (ถึงแม้จะพอมี accent อยู่บ้าง แต่ก็ยังฟังเป็นภาษาอังกฤษแบบคนไทย)

จำได้ว่าครูสอนภาษาฝรั่งเศสแต่ละคนก็มีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน ชั่วโมงเรียนภาษาฝรั่งเศสจึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นบ้าง อ่อนโยนบ้าง ดุดันบ้างตามสไตล์ของครูแต่ละคน หลายๆ เทอมที่นักเรียนหญิงจะมานั่งจับกลุ่มคุยกันว่า Monsieur ที่กำลังจะมาสอนหล่อไหมนะ ตามประสานักเรียนมัธยม (เพื่อนฉันเรียกว่าสมัยมัธยมเปรี้ยวอมหวาน) ไม่ได้คิดเลยว่าจะฟังเค้ารู้เรื่องไหม เพราะ Monsieur ต่างๆ นั้นมักจะสอนวิชากงแวร์ (conversation)

เวลาครูฝรั่งเศสมาสอนก็มักจะต้องตั้งชื่อให้นักเรียนเป็นภาษาฝรั่งเศส เพื่อที่ครูจะเรียกได้โดยง่าย เพราะขืนใช้ชื่อไทย กว่า Monsieur จะออกเสียงเรียกได้คงหมดชั่วโมงกันพอดี นักเรียนหน้าตาธรรมดา (อย่างฉัน) ก็จะได้ชื่อธรรมดาๆ แบบ Francoise Sylvie หรือ Anne อารมณ์ประมาณสมศรี สมหญิง นั่นแหละค่ะ แต่ถ้าหน้าตาน่ารักก็จะได้ชื่อพิเศษแบบ Marie-Christine (ชื่ออย่างกับเจ้าหญิง) นึกถึงด้วยน้ำเสียงอิจฉา แน่นอนว่าฉันชื่อธรรมดา (มาก) ว่าฟรองซัวส

แรกเริ่มเรามีหนังสือเรียนอยู่ 2 เล่ม คือกูร์เดอลองก์ (cours de langue et de civilisation francaises) ของ Mauger และอีกเล่มเป็นหนังสือ conversation ปกเป็นรูปหอไอเฟิล (La Tour Eiffel) ฉันชอบหนังสือ cours de langue ที่ดูเก่าแก่ และพิมพ์ที่ฝรั่งเศส (สมัยเรียนไม่ค่อยมีหนังสือ import สักเท่าไหร่ ฉันก็เลยภูมิใจที่ได้เรียนหนังสือจากเมืองเจ้าของภาษา)

การเรียนภาษาฝรั่งเศสเหมือนกับการฟังเพลง ด้วยเสียงสูงต่ำขึ้นลงของครู บางทีจังหวะเร่งเร้า ครูเดินตรงมาตบโต๊ะ พร้อมกับพูดว่า “tu!” เธอตอบคำถามมาเดี๋ยวนี้ แน่นอนว่ามันเป็นการลุ้นระทึก เพราะสายตาของนักเรียนที่หลุบต่ำลงจะมองหารองเท้าของครูว่าเดินตรงมาที่โต๊ะของตัวเองเมื่อไหร่

ย้อนคิดถึงแล้วรู้สึกได้ว่าการเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาที่สนุกที่สุดวิชาหนึ่ง ความใฝ่ฝันของนักเรียนหลายคนก็คือได้ไปเรียน summer ที่ฝรั่งเศสช่วงปิดภาคเรียน เพื่อนที่มีสตางค์ก็ได้ไปเริงร่าเป็นชาว Parisien กัน ของฝากเพื่อนๆ ที่อยู่เมืองไทยก็มักเป็นรูปถ่ายที่มีหนุ่มฝรั่งเศสหน้าตาดี (ขอย้ำว่าต้องยังหนุ่มเท่านั้นจึงจะหน้าตาดี) ที่ตัวเองได้ไปอาศัยอยู่กับ host family ด้วย

การเรียนภาษามักจะมีการแสดงบทบาท role play ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ทั้งเพื่อนทั้งครูเป็นอันมากเมื่อเพื่อนสาวช่างคิด ถึงกับแต่งเพลงเป็นภาษาฝรั่งเศส ร้องเล่นเต้นระบำ จน role play กลายเป็นละครโรงเล็กๆ ไปเลย จนวันนี้ ท่อน hook ของเพลง Oh la la, mon gateau est brule ยังคงประทับอยู่ในใจของฉันไม่ต่างไปจากเพลงฮิตต่างๆ ในอดีต

มาถึงวันนี้ แม้ชีวิตจะร้างราจากภาษาฝรั่งเศสมานาน ความรู้ที่เคยมีก็เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ในวันนี้ฉันก็ยังคงคิดถึงภาษาที่น่ารักภาษานี้ อยากหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน อา a เบ b เซ c เด d อีกสักครั้ง

Au revoir

5 comments มกราคม 15, 2008


 

มกราคม 2008
อา พฤ
    ก.พ. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

สารบัญ

หน้า

Blogroll

Blog Stats

ความเห็นล่าสุด