POP Culture
มกราคม 21, 2008
![]()
- Roy Lichtenstein, “Brush Stroke”, 1965
ทำไมหลายๆ คนมองวัฒนธรรมป๊อปว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไร้สาระ เด็ก ไม่มีแก่นสาร และไม่น่าสนใจ การฟังเพลงป๊อป แล้วนิยมชมชอบเพลงป๊อปทำให้เราเป็นคนที่ไม่คูล (cool) ศิลปะแบบป๊อปอาร์ตถูกมองว่าเน้นการหารายได้มากกว่าคุณค่าทางศิลปะ วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาแต่วัฒนธรรมป๊อปยังคงรับความนิยมอยู่จนถึงทุกวันนี้
ฉันเป็นหนึ่งในคนที่ผ่านยุคสมัยของ POP มา และไม่ปฏิเสธว่าเคยบ้าวัฒนธรรมแบบป๊อปมาก
ย้อนนีกถึงวันที่เคยเฝ้าดูรายการ Top of the Pop รายการเพลงจากฝั่งอังกฤษเพื่อจะได้มาคุยกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเรื่องวงโน้น นักร้องคนนี้ เพลงฮิตเพลงนั้น หลงรักวงบอยแบนด์มาก็มาก เสาะแสวงหาหนทางไปดูคอนเสิร์ตเพลงป๊อป ติดตามข่าวสารวงการเพลงป๊อปจากนิตยสารต่างประเทศ รวมทั้งนิตยสารอย่าง Top of the Pop เรียกว่าความเป็นป๊อปอยู่ในแนวหน้าของความสนใจในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ฉันเชื่อว่าแทบทุกคนย่อมผ่านช่วงการนิยมชมชอบวัฒนธรรมแบบป๊อปมาทั้งนั้น แล้วทำไมการชื่นชอบป๊อปจึงถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย หรือไม่น่าเปิดเผย ทำไมการชอบเพลงแบบ Alternative ในยุคสมัยหนึ่งจีงเป็นความชอบที่นับว่าเหนือกว่าการชอบเพลงตลาดแบบเพลงป๊อป
หากมองย้อนกลับไปจะเห็นว่าวงดนตรีอมตะอย่าง The Beatles ก็ร้องเพลงป๊อป ศิลปะแบบที่ถูกมองว่าไม่มีคุณค่า เป็นการทำเพื่อการค้าอย่างงานของเจ้าพ่อ Pop Art Andy Warhol หรือภาพการ์ตูนสีสะดุดตาของ Roy Lichtenstein ยังเป็นที่ชื่นชอบและกล่าวถึงจนทุกวันนี้
แน่นอนว่าศิลปะและศิลปินป๊อปมักสร้างรายได้ได้มาก เพราะความที่เข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้ง่าย และคนส่วนใหญ่เข้าใจได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยการตีความมากมายนัก เรียกว่าดูเพลินๆ ฟังเพลินๆ ไม่ต้องคิดอะไรก็บันเทิงได้
ในโลกที่หลายคนบูชาความซับซ้อน (sophistication) การมีเอกลักษณ์ มองความแตกต่างว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไปตามกระแส จนบางครั้งก็พยายามทำตัวให้ต่าง ดูถูกกระแสหลัก วัฒนธรรมป๊อปก็ถูกมองเป็นเรื่องน่ารังเกียจในบางกลุ่มชนอย่างช่วยไม่ได้ ของบางอย่างมีเอกลักษณ์ แตกต่าง เป็นตัวของตัวเอง แต่หากเข้าสู่ความนิยมแล้วก็เปลี่ยนสถานะเป็นป๊อปไปได้ ก็ Pop Culture มันคือวัฒนธรรมที่ Popular นี่นะ
ใน Wikipedia พูดถึงวัฒนธรรมป๊อปเอาไว้ว่า “Pop culture” can also be defined as the culture that is “left over” when we have decided what “high culture” is. ฟังดูเจ็บแสบดีแท้ แต่ก็ยังบอกต่อไปว่างานบางอย่างก็ก้าวข้าม “คำครหา” ข้างต้นไปได้ อย่างงานของ Shakespeare และ Dickens (ซึ่งใครจะคิดว่าเป็นงานแบบป๊อป)
สุดท้ายแล้วโลกก็ยังหมุนต่อไป ความนิยมมาแล้วก็ไป fashion เปลี่ยนผ่านไปตามฤดูกาล … วัฒนธรรมป๊อปก็ยังคงอยู่คู่กับเรา ไม่ว่าเราจะรับมันเข้ามาในใจหรือไม่ก็ตาม
Entry Filed under: เสพศิลปะ. .
2 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed
1. tonbi | มกราคม 22, 2008 at 2:01 am
จะซับซ้อนทำไมให้ปวดหัว
2. mila | มกราคม 22, 2008 at 12:29 pm
แวะที่ทักที่ไดของอัยนีมาใช่ไหมเอ่ย ใครกันเนี่ย?