อดีตกาลที่ผ่านมา
กุมภาพันธ์ 21, 2008
เชื่อว่าหลายคนย่อมได้เคยแต่งกลอนกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียนวิชาภาษาไทยสมัยยังเป็นเด็ก หรือในยามที่อารมณ์ศิลปินบันดาลใจให้หยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียนกลอนจากใจ
ฉันจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเขียนกลอนมากี่บท แต่เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งไปเจอกลอนบทหนึ่งที่เคยเขียนไว้เมื่อสมัยเรียนวิชา Love Poetry ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งวิชา Love Poetry ที่ว่านี้จะเป็นการเรียนการสอนเกี่ยวกับบทกวีที่เกี่ยวกับความรักในยุคสมัยต่างๆ การเรียนวิชานี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่ากลอนรักไม่จำเป็นจะต้องเกี่ยวข้องกับความโรแมนติกเสมอไป ความรักสำหรับบางคนเท่ากับการแต่งงาน บางคนมองความรักเป็นสิ่งที่อยู่เพียงแต่ในอุดมคติ ในขณะที่กวีหญิงอีกคนมองว่าความรักกับ sex เป็นเรื่องที่แยกจากกันได้ยาก
ก่อนพวกเราจะเรียนจบคอร์ส อาจารย์ก็ได้ให้งาน assignment อย่างหนึ่ง คือให้เราแต่งกลอนรักในแบบของตนเอง จะเป็น sonnet ก็ได้ หรือเป็น free verse (กลอนเปล่า) ก็ยังได้ แน่นอนว่าฉันคงจะไม่สามารถพอที่จะแต่งกลอนภาษาอังกฤษตามฉันทลักษณ์ ซึ่งต้องอาศัยการเลือกคำที่มีความหมายลงตัวและมีเสียงที่คล้องจองกันตามแบบแผนที่กำหนด ทางออกของฉันก็เลยเป็นการแต่งกลอนแบบ free verse แทน
หลายคนในวัยเรียนมหาวิทยาลัยอาจมีประสบการณ์ความรักที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้นำมาเรียงร้อยเป็นบทกวีแทนความรู้สึกของตัวเองได้ แต่สำหรับผู้อ่อนประสบการณ์อย่างฉัน แรงบันดาลใจมาจากหนังสือของศรีบูรพา เรื่องข้างหลังภาพ ที่เมื่อใดได้อ่านต่อมน้ำตามีโอกาสได้ทำงานทุกครั้งไป
และนี่ก็คือกลอนรักจากคลาสเรียนเมื่อครั้งนั้น
Past Perfect
Under the cedar where we used to sit together,
the sound of the slowly flowing brook is still vivid.
In that faraway place, my heart with love was touched,
for the first time.
The sweet words you promised are still ringing in my ears.
Those memories of you pouring through my perception.
The perception of a woman who used to be loved,
and was in love.
My pulse is failing, my tired eyes are closing.
I realise how time flies, the hapiness flies away so quickly.
Death seizes me when I am all alone,
Remembering my past … perfect.
ฉันจบกลอนเปล่าบทนี้ด้วย Note ที่ว่า “I was inspired by my favourite novel, ‘Behind the Painting’ ข้างหลังภาพ, in writing this poem.”
แม้จากวันนั้น เวลาจะผ่านมากว่า 7 ปี ฉันก็ยังไม่มีโอกาสได้เขียนกลอนรักอีก
ฉันคงรอเวลาที่จะมีแรงบันดาลใจอีกสักครั้ง…
Entry Filed under: สัพเพเหระ. .
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed