Archive for กุมภาพันธ์ 25th, 2008
One Man Show
2 หัวดีกว่าหัวเดียว แต่สำหรับโน๊ต อุดมแล้วล่ะก็ มาเดี่ยวมีคนชอบมากกว่า
แล้วการรอคอยของสาวกลัทธิอุดมก็สิ้นสุดลง เมื่อโน๊ตตัดสินใจหยิบไมค์ขึ้นมาเดี่ยวอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าครั้งนี้จะเป็นการเดี่ยวครั้งที่ 7 แล้ว
ยังจำได้ว่าการจองตั๋วเดี่ยวไมโครโฟนของโน๊ตนั้นนับเป็นประสบการณ์ระทึกของหลายๆ คน จะมีใครมารอต่อแถวซื้อตั๋วชมการแสดงกันตั้งแต่เช้ามืด เพื่อดูผู้ชายจมูกโตพูดคนเดียวอยู่นานสองนาน (สมัยนี้คนจมูกโตกำลังมาแรง ดูอย่างนายกฯ ประเทศเราเป็นตัวอย่าง)
โน๊ตเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีชื่อตัวเองเป็นแบรนด์ แค่ชื่อโน๊ต อุดมก็ขายได้แล้ว ไม่ว่าจะทำหนังสือ แสดงหนัง จัดแสดงงานศิลปะ เปิดเดี่ยวไมโครโฟน ทำสินค้าร่วมกับแบรนด์เครื่องกีฬา หรือแม้แต่เป็นร้านไอศกรีม ทำให้นึกไปถึงบุคคลที่เป็นแบรนด์ในระดับโลกอย่างเจ้าแม่งานบ้าน Martha Steward ซึ่งก็มีชื่อตัวเองเป็นแบรนด์เหมือนกัน เป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง แต่การจะสร้างให้ตัวเองเป็นแบรนด์ชั้นนำได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก
การแสดงเดี่ยวไมโครโฟนแม้จะผ่านมาถึงครั้งที่ 7 แล้วก็ยังมีผู้ชมล้นหลาม ลองนึกถึงรายได้จากการจัดโชว์แล้วนับว่ามีกำไรดีมากทีเดียว ลองเทียบง่ายๆ จากการซื้อบัตรชมละครเวที ที่ปกติราคาบัตรสูงสุดอยู่ที่ราว 2,500 บาท ราคาเท่ากับโชว์ของโน๊ต แต่ต้องมีการลงทุนเรื่องฉาก ระบบประกอบฉาก นักแสดง สัพเพเหระมากกว่าการแสดงเดี่ยวคนเดียวฉากเดียว
แต่ยังไงก็ดีการแสดงของโน๊ตก็มักจะรับประกันความไม่ผิดหวัง คือดูแล้วมักได้ขำ ทั้งที่บางคนอาจฟังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างก็กระจายความสนุกกันไปได้ตามสมควร นับว่าเป็นการแสดงที่ดูได้หลายวัยอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นไปถึงวัยผู้ใหญ่ ต่างคนก็ต่างขำในมุขที่ตัวเองเข้าใจ บางทีไม่เข้าใจแต่เห็นคนอื่นหัวเราะก็ขำตามไปได้ เรียกว่าขำตามกระแส
ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งการแสดง talk show ของบรรดานักพูดก็เป็นที่นิยมอยู่เหมือนกัน แต่ปัจจุบันค่อนข้างจะมีน้อยกว่าแต่ก่อน จะมีที่เป็นที่นิยมมากๆ ก็ของโน๊ตนี่แหละ น่าคิดเหมือนกันว่าทำไมโน๊ตจึงโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ ไม่ว่าจะจัดเดี่ยวกี่ครั้งก็ยังมีคนตามไปดู
ฉันไม่ได้เป็นแฟนเหนียวแน่นของโน๊ต แต่ก็มีโอกาสได้ไปดู “เดี่ยว” มาหลายครั้ง ฉันคิดว่าบางทีเสน่ห์ของโน๊ตอาจจะอยู่ที่ความไม่หล่อก็เป็นได้ ลองนึกดูสิ บางทีเราก็แอบอิจฉาลึกๆ กับคนที่ดูดีกว่าเรา แต่ถ้ากับโน๊ตเราคงไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เมื่อคิดถึงโน๊ตก็จะคิดถึงหน้าตาประมาณคนในซอยเดียวกัน (หรือจะเรียกแบบหรูหน่อยว่า boy next door) ไม่รู้สึกถึงรัศมีความเป็นซูเปอร์สตาร์ที่เข้าไม่ถึงอย่างดาราบางคน
การแสดงในคืนนั้นใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง แน่นอนว่าโน๊ตพูดคนเดียว ทั้งพูด ทั้งร้องเพลง ทั้งเต้น แต่ไม่ว่าเค้าจะทำอะไร มุขจะขำมากน้อยแค่ไหน แต่การแสดงก็สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ชมได้ไม่น้อยเลย ถ้าฉันเป็นโน๊ตที่กำลังยืนอยู่บนเวทีในตอนนั้น แล้วได้เห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของคนนับร้อยที่กำลังยิ้มมาที่ฉัน มันจะรู้สึกอย่างไรนะ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวคราวของโน๊ต อุดมได้ที่ www.udomteam.com
4 comments กุมภาพันธ์ 25, 2008