日本 日本 วันที่ 5
มีนาคม 22, 2008
วันที่ 5 – บอกลาเจแปน … แล้วพบกันใหม่ また会いましょう
และแล้วก็ถึงวันบอกลาโตเกียว เวลา 4 วันเต็มในประเทศญี่ปุ่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับที่หลายคนมักพูดว่าเวลาแห่งความสนุกนั้นช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
วันสุดท้าย เรามีโปรแกรมเหลืออีก 2 อย่าง คือการไปเที่ยวไร่สตรอเบอรี่ และแวะช้อปครั้งสุดท้ายที่ห้าง Aeon ก่อนตรงไปสนามบินนาริตะ
เช้าวันนี้ท้องฟ้าเป็นสีเทาครึ้ม สายฝนโปรยปรายลงมา ต่างจากทุกๆ วันก่อนหน้า สัญญาณแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ฤดูใหม่มาถึงแล้วสินะ ฉันรู้สึกโชคดีที่ 4 วันที่ผ่านมาไม่มีฝนตกลงมาเลย ฉันไม่ค่อยชอบเวลาฝนตกสักเท่าไหร่ ก็ทั้งท้องฟ้าและทุกๆ อย่างรอบตัวมันดูทึมทึบไปเสียหมดนี่นะ
ไร่สตรอเบอรี่ที่เราไปกันเช้านี้อยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก การไปเที่ยวไร่สตรอเบอรี่เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ฉันตั้งตารอ ฉันยังจำช่วงเวลาที่เคยไปเที่ยวไร่สตรอเบอรี่ที่เชียงใหม่เมื่อสมัยเด็กได้ดี เวลานั้นเวลาที่ได้เห็นลูกสตรอเบอรีสีแดงอยู่บนต้น มันช่างน่าตื่นเต้นเสียจริงๆ
ได้ยินว่าฤดูหนาวเป็นช่วงฤดูกาลสตรอเบอรี่ของญี่ปุ่น ก่อนมาทริปนี้ฉันได้เห็นลูกสตรอเบอรี่สีแดงสดสวยนอนอยู่ในกล่องพลาสติกกับป้ายราคาที่แพงอย่างไม่น่าเชื่อ อยากชิมแต่ไม่กล้าซื้อ ด้วยความที่ราคาสูงขนาดนั้น … เห็นอย่างนี้แล้วก็ตั้งใจจะชิมสตรอเบอรี่ญี่ปุ่นให้สมใจอยาก
ไร่สตรอเบอรี่ที่นี่ต่างจากไร่ที่เคยเห็น เพราะอยู่ในโรงปลูก มีหลังคาคลุมเรียบร้อย ต้นสตรอเบอรี่ปลูกอยู่ในรางสูงจากพื้นดิน มีพลาสติกคลุมดินเรียบร้อย มิน่าล่ะ พี่ไกด์ถึงบอกว่าเด็ดจากต้นแล้วกินได้เลย ไม่ต้องล้างให้เสียเวลา
ก่อนเข้าไปชิมสตรอเบอรี่ คุณป้าชาวไร่ก็แจกถาดพลาสติกที่มีช่องใส่นมข้นหวานให้ทุกคนคนละถาด ที่นี่จะต่างจากบ้านเราที่เอาสตรอเบอรี่มาจิ้มพริกกะเกลือ เพราะสตรอเบอรี่เมืองไทยจะมีรสเปรี้ยวนำ ว่าแล้วก็เดินเข้าโรงปลูกสตรอเบอรี่กันได้เลย

สตรอเบอรี่เป็นทิวแถว
สตรอเบอรี่ที่นี่สวยจริงๆ ลูกสีแดงสดสวยอย่างไม่น่าเชื่อ สวยอย่างกับไม่ใช่ของจริง ฉันหลุดเข้าไปในโลกของสตรอเบอรี่ เสียงเพลง Strawberry Field ของ The Beatles ผุดขึ้นมาในหัว Strawberry field forever…

หลากสีหลายขนาด

น้ำค้างและดอกสตรอเบอรี่

すごい สุดยอดไปเลย
สตรอเบอรี่ที่มีให้ชิมที่นี่มี 2 พันธุ์ ทั้งแบบที่หวานนุ่ม กับแบบที่สดกรอบ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เวลาได้มาชิมจากต้นแล้วต้องร้องว่า “うまい” อร่อยจริงๆ
ก่อนบอกลาไร่สตรอเบอรี่ก็ต้องซื้อสตรอเบอรี่ฝากคนที่บ้านเสียหน่อย บอกได้เลยว่าเป็นของฝากที่รับรองว่าผู้รับจะต้องดีใจแน่นอน ฉันเองก็ซื้อกลับมา 2 แพ็คในราคาแพ็คละ 500 เยนเท่านั้น จะลำบากก็ตอนถือนี่แหละที่ต้องระวังไม่ให้ช้ำและต้องไม่เอากล่องซ้อนกัน

ready-to-go
ออกจากไร่แล้ว แต่ฝนก็ยังตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะเราจะไปห้างกันต่อ พี่ไกด์บอกว่าห้าง Jusco AEON นี่เพิ่งปรับโฉมใหม่ ดูสดใสน่าเดินกว่าเดิม เค้าว่ารวยได้ด้วยลูกค้าคนไทยที่มักแวะช้อปก่อนไปนาริตะนี่แหละค่ะ ว่าแต่ห้าง Aeon มีอะไรน่าสนใจบ้างนะ
สำหรับลูกค้าคนไทย มาช้อปที่ Aeon นี่ถือว่ามีสิ่งที่ต้องการให้ได้เลือกซื้อกันแน่นอน ที่นี่มีร้าน 100 เยน (ร้าน Daiso) ที่มีสาขาที่เมืองไทยด้วย แต่ของที่นี่จะมีความหลากหลายกว่า ของน่าใช้สารพัดอย่างในราคาเพียงชิ้นละ 100 เยน (ยังไม่รวม Consumption Tax 5%) ส่วนสาวๆ ก็คงไม่พลาดร้านขายยาสไตล์ Watson (แต่จำชื่อร้านไม่ได้) ที่มีเครื่องสำอางสารพัดแบบ ในแพคเกจสวยน่ารัก ราคาไม่แพงให้ได้เลือกอย่างจุใจ ชั้นล่างของโซนพลาซ่ายังมีร้าน MUJI และร้านเสื้อผ้าแบรนด์ญี่ปุ่นแบบน่ารักราคาไม่แพงนักให้ได้เดินดูเพลินๆ
ก่อนกลับก็แวะซื้อขนมที่ร้าน Ginza Cozy Corner ซึ่งมีเค้กสไตล์ญี่ปุ่นหน้าตาสวยน่ากิน รสกลมกล่อมไปฝากคนที่บ้าน พี่ไกด์แนะนำ Fromage Cake ชีสเค้กแสนอร่อย ส่วนคุณหมอและภรรยาแนะนำเค้กซากุระที่ชิมแล้วติดใจอยากให้ลอง ฉันชิมแล้วขอบอกว่าอร่อยทั้ง 2 อย่างค่ะ
ออกจาก Aeon ก็ตรงไปสนามบินซึ่งอยู่ไม่ไกล เวลาในญี่ปุ่นใกล้จะจบลงแล้วสิ ที่สนามบินนี้เรามีโอกาสช้อปทิ้งท้ายกันอีกครั้ง ฉันซื้อขนม cigare จากร้านดังอย่าง Yoku Moku กลับมาฝากคนที่เมืองไทย อีกอย่างที่น่าแวะซื้อคือ chocolate ชื่อดังจากเกาะฮอกไกโด ซึ่งสร้างชื่อไปทั่ว Royce ประกาศตัวว่าเป็น Rolls-Royce of Chocolate รสชาติแห่งความละมุนละไมหรูหรา รุ่นโปรดของฉันคือ ช็อกโกแลตสด Nama Chocolate กับ texture แบบ creamy ที่แตกต่างจากช็อกโกแลตตามท้องตลาดทั่วไป แถมราคาที่นี่ยังถูกว่าที่เมืองไทยมากทีเดียว (ราคากล่องละ 600 เยน) ช้อปเสร็จสรรพก็มานั่งพักผ่อนรอเวลาขึ้นเครื่อง
แล้วเครื่องบินก็พาเราออกเดินทางกลับบ้านพร้อมกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้รับ ความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ ความเป็นมิตรที่ได้จากผู้ร่วมเดินทาง ความประทับใจจากความสวยงามของประเทศโปรดประเทศหนึ่งของฉัน และแรงบันดาลใจอีกหลายๆ อย่าง
แล้วเราคงได้กลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง また会いましょう
Entry Filed under: ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น, เดินทางท่องเที่ยว. .
4 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed
1. kuckic | มีนาคม 25, 2008 at 7:39 am
ผมเคยได้ชิมเค้กซากุระของร้านนี้แล้ว ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าครั้งแรกที่ได้เห็นเค้กชิ้นนี้ สร้างความประทับใจได้ไม่เลวเลย ด้วยลักษณะเป็นแป้งฟูสีชมพูหม่นๆ หลังโค้งสวย ประดับด้วยกลีบดอกไม้แห้ง เข้าใจเอาเองว่าน่าจะเป็นกลีบดอกซากูระ ปราศจากครีมปกคลุมเนื้อแป้งอย่างที่เราคุ้นๆตากัน แต่ตัวครีมขาวสวยสอดแทรกด้วยชิ้นของผลไม้หลายชนิดกลับแทรกอยู่ระหว่างเนื้อแป้ง เรียกได้ว่าเห็นครั้งแรกก็ได้ใจไปเต็มๆแล้ว
ถึงคราวลองชิม ครั้งแรกที่นั่นเลย พอตักแป้งเข้าปาก ก็สัมผัสได้ทันทีของความนุ่ม……..เนียนเนื้อแป้งแทบจะละลายในปากพร้อมกับรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ตัวครีมมีความมันพอดีและไม่หวานมากเกินไป ยามที่ได้เคี้ยวผลไม้นานาชนิดมันเป็นความรู้สึกที่ อืม………….ลืมยากจริงๆ
มันเป็นของฝากที่ถูกใจคนให้เสียจริงๆ ขอย้ำถูกใจคนให้ เพราะคนให้ไม่จำเป็นต้องสรรหาคำพูดดีๆให้คนรับเลย เพียงแค่พูดว่าตั้งใจเอามาฝากก็พอ ที่เหลือตัวเค้กจะทำหน้าที่พูดต่อให้เองว่า
คุณน่ะพิเศษแค่ไหน ยิ่งเมื่อคนรับได้ลองลิ้มรสแล้วรับรองต้องเป็นปลื้มกับไมตรีที่คนให้มอบให้อย่างแน่นอน
ครั้งที่สองที่ได้ชิมก็เมื่อกลัมมาถึงเมืองไทยแล้ว ถึงความนุ่มจะลดลงเล็กน้อย แต่องประกอบอื่นก็ยังแจ๋วมาก จนวันนี้ก็ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะหาเค้กบ้านเราที่ไหนจะพอเปรียบกับเค้กซากูระได้อย่างสูสี
แน่นอนถึงแม้จะไม่หวานมากแต่แคลอรี่ที่ได้ก็คงไม่เบาเหมือนเช่นกับที่ต้องเป็น สำหรับคนเป็นเบาหวานอย่างผม ผู้ซึ่งได้พยายามควบคุมอาหารอย่างดีมาหลายปี ถ้ามีเหตุต้องเผชิญหน้ากับเค้กซากูระนี่อีก ก็ต้องขอพูดอีกประโยคนึง ” ผมยอมตายครับ “
2. Este11a | มีนาคม 27, 2008 at 3:32 am
หวังว่าคงมีโอกาสได้ไปชิมเค้กซากุระที่ญี่ปุ่นอีกนะคะ
รสชาติของเค้กที่หอมอร่อยและมิตรภาพจากผู้ให้จะยังคงประทับใจผู้รับตลอดไปค่ะ
อะริกาโต โกซัยมาชิตะ
3. mam | มกราคม 3, 2009 at 6:51 pm
อยากให้ช่วยบอกรายละเอียดของไร่สตรอเบอรี่ที่ไปชิมเพิ่มเติมให้อีกหน่อยได้มั้ยคะ อยากทราบว่าไร่ชื่ออะไร อยู่ช่วงไหนในโตเกียว แล้วเดินทางไปได้ยังไงบ้าง อยากไปด้วยตัวเองค่ะ หากเป็นไปได้ช่วยตอบผ่าน e-mail ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
4. joynifer | มกราคม 4, 2009 at 4:10 pm
คุณ mam
ต้องขอโทษด้วยนะคะ คงให้รายละเอียดเกี่ยวกับไร่ที่เคยไปไม่ได้ค่ะ เพราะครั้งนั้นไปเที่ยวกับทัวร์ เค้าไม่ได้แจ้งชื่อของไร่ไว้ในโปรแกรม เข้าใจว่าน่าจะมีไร่ที่เปิดให้เข้าเก็บสตรอเบอรี่อยู่หลายที่ เท่าที่ทราบคือไร่สตรอเบอรี่ที่เคยไปนั้นอยู่ในจังหวัด Chiba ก็เลยลอง google ดู พบไร่ Kawatsura ตาม link นี้ http://chiba4u.com/1583/e/ ยังไงลองเข้าไปดูนะคะ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวแถบนั้นต้องแวะชิมสตรอเบอรี่ให้ได้ค่ะ หากอยากซื้อกลับมาเมืองไทยแนะนำให้แวะไปวันที่เดินทางกลับ เพื่อจะได้นำสตรอเบอร์รี่กลับมาฝากคนที่บ้านได้ :)