<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
		>
<channel>
	<title>ความเห็นบน: ความประทับใจ บนถนนสายที่ 3 กับ</title>
	<atom:link href="http://este11a.wordpress.com/2008/04/03/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://este11a.wordpress.com/2008/04/03/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5/</link>
	<description>me and my revolving world</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Dec 2009 10:35:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>โดย: Este11a</title>
		<link>http://este11a.wordpress.com/2008/04/03/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5/#comment-48</link>
		<dc:creator>Este11a</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Apr 2008 13:41:52 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://este11a.wordpress.com/?p=129#comment-48</guid>
		<description>ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ที่นำมาแบ่งปันกันนะคะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ที่นำมาแบ่งปันกันนะคะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: kuckic</title>
		<link>http://este11a.wordpress.com/2008/04/03/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5/#comment-47</link>
		<dc:creator>kuckic</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Apr 2008 18:41:53 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://este11a.wordpress.com/?p=129#comment-47</guid>
		<description>ได้อ่านความประทับใจ บนถนนสายที่สามกับ Always  ทำให้นึกถึงบทความแนะนำ DVD เรื่องนี้ที่เคยได้อ่านผ่านตา เคยไปลองหา DVD แล้วแต่ไม่เจอก็เลยลืมๆไป แต่เมื่อได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับภาพยนต์เรื่องนี้อีกครั้ง  ทำให้ต้องไปรื้อ magazine เก่าๆเพื่อหาบทความเก่านั้น  เมื่อได้อ่านซ้ำก็อดจะเอามาให้คนอื่นได้อ่านไม่ได้ จึงขออนุญาต คัดลอกบทความจาก The Wave magazineฉบับ october 2006 เขียนโดย digitalman มาให้อ่านดังนี้

หนังเรื่องนี้ นับเป็นความบังเอิญที่ผมได้ชมจากแผ่นโซน 2 ของญี่ปุ่นมาแล้ว ดังนั้นความรู้สึกประทับใจจาก Always:Sunset on third street ในระดับหนึ่งอยากบอกเล่ากับผู้อ่าน แต่ก็ยังหาโอกาสไม่ได้ เนื่องจากแผ่นคงหายาก และการทำความเข้าใจกับเนื้อหาคงไม่เต็มที่นัก เนื่องจากอุปสรรคเรื่องภาษา  รอจนกระทั่งทาง EVS นำมาผลิตเป็นแผ่นดีวีดี  ถือเป็นจังหวะเหมาะสำหรับการนำเสนอ   Always เป้นภาพยนต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว  ตั้งแต่ฉากเริ่มต้นไปจนถึงฉากสุดท้ายเป็นทั้งแรงบันดาลใจให้กัยตัวเรา และมองเห็นความพยายามที่จะสร้างตนเองของคนญี่ปุ่นอย่างไม่ย่อท้อ  การสร้างตัวละครให้มีความผูกพันและมีความสำคัญเท่าๆกัน  ตั้งแต่ดำเนินเรื่องอย่างแยบยล โดยใช้ศูนย์กลางอยู่ที่การสร้างหอคอยโตเกียว 

     ไม่ใช่หนังชีวิตธรรมดา  ไม่ใช่หนังที่พยายามสร้างเรื่องให้ดูหม่นเคร้า คล้อยตาม แต่นี่คือหนังที่ผู้ชมหลายคนต่างชื่นชอบในเนื้อเรื่องที่มีเนื้อหาที่โดนใจ  ตัวละครที่มีเสน่ห์  สอดใส่อารมณ์ขันเป็นจังหวะ  และมีแง่มุมที่ซาบซึ้ง  ทำให้รู้สึกอึ้ง ทึ่งในการเขียนบทและการกำกับการแสดง ผมคงพูดได้ว่าฮอลลีวู้ดอาจจะสร้างไม่ได้ดีเท่านี้  คือนอกจากความสมบูรณ์โดยองก์รวมของหนังแล้ว การถ่ายทอดบุคคลิกของผู้คนนั้นยังเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง  Always ใช้ฉากหลังด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกเนรมิตเมืองหลวงให้กรุงโตเกียวอยู่ในปลายยุค 50 ในขณะที่หอโตเกียวยังสร้างไม่เสร็จดี  บทภาพยนต์เล่าถึง ความหวัง ความฝัน ความรัก ของชีวิตที่อาศัยอยู่บนถนนสายที่สาม ในมหานครใหญ่ที่ดำเนินไปอย่างนุ่มนวล เนิบนาบ แต่ปลูกฝังให้เห็นยุคสมัยสงครามโลกที่กำลังเปี่ยนแปลงไปทีละน้อย

    เดิมทีหนังชื่อว่า Always san-chome no yuhi แปลความหมายแล้วก็คงไม่ต่างจากชื่อภาษาอังกฤษ  หนังซึ่งสามารถถ่ายทอดภาพแห่งความหลังบนถนนเส้นนี้ได้อย่าง ละเมียดละไม สวยงาม เบื้องหลังการดิ้นรนมีชีวิตอยู่ เพื่อทำความฝันของแต่ละคนให้เป็นความจริง

    เรื่องราวของตัวละครได้รับการถ่ายทอดอย่างประณีตบรรจง  รายละเอียดครบถ้วนชวนติดตามเหมือนได้ดูหนังชุดทางทีวี  ที่ค่อยๆทวีคูณความน่าสนใจ  จนผู้ชมค่อยๆรู้สึกผูกพันกับตัวละครอย่างถอนตัวไม่ขึ้น  บทหนังเรียงร้อยได้สอดคล้องต้องกัน เป็นผลให้ Always นั้นติด 10 อันดับหนังทำเงินตลอดกาลของญี่ปุ่น  รวมทั้งคว้ารางวัลจากสถาบันภาพยนต์ญี่ปุ่นถึง 12 สาขา ผมอดไม่ได้ที่จะยกย่องผู้กำกับและผู้เขียนบทภาพยนต์ Always  เพราะการบอกเล่าเรื่องราวที่ชี้ชวนให้เห็นว่า  อย่างไรก็ตามชีวิตมนุษย์มีความหวังเสมอ  ขอเพียงแค่เราต้องไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคต่างๆ  บริษัทซูซูกิยานยนต์ที่เริ่มต้นจากการเป็นร้านซ่อมรถยนต์  แต่เจ้าของร้านอุปโลกน์ตนเองให้เป็น &quot;ท่านประธาน&quot;  เพราะเขาหวังอยู่ว่า สักวันจะต้องเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่  เด็กหญิงที่เพิ่งจบการศึกษาชั้นมัธยม เข้ามาสมัครงาน  แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้อยู่บริษัทใหญ่ กลับต้องซอมซ่อในร้านซ่อมรถขนาดเล็กคูหาเดียว แต่เธอก็พยายามทำให้ดีที่สุด เชื่อว่าสักวันบริษัทจะก้าวหน้าไป  นักเขียนหนุ่มผู้สร้างโลกจินตนาการให้เด็กๆและใช้ชีวิทอยู่ในร้านชำของเขาที่ขายเบอร์ต้มตุ๋นหลอกลวกเด็กๆเพื่อความอยู่รอด  ก๊มาถึงคราวยอมจำนนให้ให้ความภักดีและความฝันของเด็กชายพลัดหลงครอบครัวในช่วงสงคราม  ในขณะที่ดื่มเหล้าเมามายแทบไร้สติในคืนหนึ่ง เขาก็รับเด็กสกปรกคนนี้มาอยู่ด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ  แต่แล้วในที่สุดความผูกพันก่อตัวจนทั้งสองไม่อาจแยกจากกันได้  หญิงสาวผู้คาดหวังว่าร้านเหล้าของเธอจะรุ่งเรืองกลับต้องขาดทุนหนักยิ่งขึ้น  จำยอมขายตัวเองไปเพื่อความอยู่รอดทิ้งความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับคนรักไปอย่างเศร้าสลด  แต่เธอก็ยังไม่ทิ้งความฝันที่จะกลับมาเคียงข้างเขา   ในโลกของผู้ใหญ่ ยังมีโลกของเด็กๆจากการคบหาเล่นสนุกผิวเผิน กลับกลายผูกพันเป็นเพื่อนตาย ทำให้เราได้เห็นฉากน่าประทับใจ  เมื่อเด็กคนหนึ่งพาเด็กอีกคนหนึ่งเดินทางอย่างทุลักทุเลยากลำบากไปหาคุณแม่แต่แม่กลับปฏิเสธจะพบลูก

     บทหนังยังได้กล่าวถึงยุคสมัยใหม่กำลังก้าวเข้ามา  เมื่อพ่อบ้านสั่งซื้อทีวีขาวดำเครื่องแรกเข้ามาใช้  เป็นวันแรกเช่นกันที่ชุมชนมีโทรทัศน์ดู  เสมือนงานฉลองยิ่งใหญ่  ทุกคนต่างพากันมาบ้านของคุณซูซูกิ  แต่แล้วทีวีเกิดรวนขึ้นเป็นผลให้ทุกคนต้องผิดหวัง   การเปลี่ยนจากตู้เย็นใส่ก้อนน้ำแข็งมาสู่ตู้เย็นใช้ไฟฟ้า  ทำให้ทุกคนตื่นเต้นจนระงับใจไว้ไม่อยู่ส่วนผู้เป็นคนส่งน้ำแข็งก็รู้ว่าอาชีพของตัวกำลังจะหมดไป  เหตุการณ์ต่างๆดำเนินไปท่ามกลางฉากหลังที่หอคอยโตเกียวกำลังก่อสร้าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของทุกคน

    บทหนังคือหัวใจในการผูกเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์เข้าด้วยกันอย่างมีจังหวะที่คล้องจองซึ่งกันและกัน  ทำให้เราได้เห็นว่าการกระทำของบุคคลคนหนึ่งจะเชื่อมโยงเข้ากับอีกเหตุการณ์และผู้คนอื่นๆเป็นลูกโซ่ใน Always ทำให้ลงตัวมาก  รวมถึงการแจกแจงบุคคลิกตัวละครด้วยช่วงระยะเวลาสั้นๆก็ทำได้ยอดเยี่ยม  ไม่เว้นแม้แต่ตัวประกอบที่ออกมาแค่ฉากสองฉากก็ดูมีความหมายทั้งหมด  การสร้งฉากในโรงถ่ายโตโฮ  มือเก่าแก่ของวงการภาพยนต์ญี่ปุ่นนำมาประสานกับระบบสร้าภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิกยุคใหม่  ทำโตเกียวให้เป็นเมืองที่ดูเคร่งขรึมและมีชีวิตชีวาไปพร้อมกัน  การเปิดตัวหนังด้วยเสียงร้องถามของเด็กๆซึ่งกลับมาจากเลิกเรียนว่า &quot;เครื่องรับโทรทัศน์มาหรือยังครับแม่&quot; และการออกไปเล่นเครื่องบินเล็กของพวกเขาค่อยๆนำพาเราไปสัมผัสกับชีวิตที่มีตัวตนคนโตเกียวจริงๆก็เริ่มขึ้น

    ฉากชีวิตที่แสนประทับใจมีอยู่เกือบทั้งเรื่อง เช่นเมื่อนักเขียนหนุ่มบอกรักสาวบาร์ตามวิธีของเขา  ด้วยการซื้อกล่องใส่แหวนเพชรมามอบให้พร้อมกล่างว่าผมจนเหลือเกิน....ขอเวลาอีกสักหน่อยจะหาซื้อสิ่งที่บรรจุอยู่ภายในมาให้เธอ   เธอกลับบอกว่ามันงดงามอยู่แล้ว  ช่วยสวมให้เธอด้วยเถอะ  คู่รักที่ดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันจะซาบซึ้งใจขนาดไหนก็คงจะคาดเดาได้  สุดยอดครับ  สำหรับภาพยนต์ดีวีดีเรื่องนี้ไม่มีคำสรรหาใดๆมากล่าว  นอกจากบอกว่าเป็นหนังดีที่สร้างแรงบันดาลใจกับเราอย่างมากมายมหาศาล


ทั้งหมดนี้เป็นบทความที่ผมได้คัดลอกมา หลังจากได้อ่านอีกรอบ  คราวนี้คงต้องเพิ่มความพยายามในการหาแผ่นมาชมให้ได้  แล้วคุณล่ะครับ คิดอย่างไร</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ได้อ่านความประทับใจ บนถนนสายที่สามกับ Always  ทำให้นึกถึงบทความแนะนำ DVD เรื่องนี้ที่เคยได้อ่านผ่านตา เคยไปลองหา DVD แล้วแต่ไม่เจอก็เลยลืมๆไป แต่เมื่อได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับภาพยนต์เรื่องนี้อีกครั้ง  ทำให้ต้องไปรื้อ magazine เก่าๆเพื่อหาบทความเก่านั้น  เมื่อได้อ่านซ้ำก็อดจะเอามาให้คนอื่นได้อ่านไม่ได้ จึงขออนุญาต คัดลอกบทความจาก The Wave magazineฉบับ october 2006 เขียนโดย digitalman มาให้อ่านดังนี้</p>
<p>หนังเรื่องนี้ นับเป็นความบังเอิญที่ผมได้ชมจากแผ่นโซน 2 ของญี่ปุ่นมาแล้ว ดังนั้นความรู้สึกประทับใจจาก Always:Sunset on third street ในระดับหนึ่งอยากบอกเล่ากับผู้อ่าน แต่ก็ยังหาโอกาสไม่ได้ เนื่องจากแผ่นคงหายาก และการทำความเข้าใจกับเนื้อหาคงไม่เต็มที่นัก เนื่องจากอุปสรรคเรื่องภาษา  รอจนกระทั่งทาง EVS นำมาผลิตเป็นแผ่นดีวีดี  ถือเป็นจังหวะเหมาะสำหรับการนำเสนอ   Always เป้นภาพยนต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว  ตั้งแต่ฉากเริ่มต้นไปจนถึงฉากสุดท้ายเป็นทั้งแรงบันดาลใจให้กัยตัวเรา และมองเห็นความพยายามที่จะสร้างตนเองของคนญี่ปุ่นอย่างไม่ย่อท้อ  การสร้างตัวละครให้มีความผูกพันและมีความสำคัญเท่าๆกัน  ตั้งแต่ดำเนินเรื่องอย่างแยบยล โดยใช้ศูนย์กลางอยู่ที่การสร้างหอคอยโตเกียว </p>
<p>     ไม่ใช่หนังชีวิตธรรมดา  ไม่ใช่หนังที่พยายามสร้างเรื่องให้ดูหม่นเคร้า คล้อยตาม แต่นี่คือหนังที่ผู้ชมหลายคนต่างชื่นชอบในเนื้อเรื่องที่มีเนื้อหาที่โดนใจ  ตัวละครที่มีเสน่ห์  สอดใส่อารมณ์ขันเป็นจังหวะ  และมีแง่มุมที่ซาบซึ้ง  ทำให้รู้สึกอึ้ง ทึ่งในการเขียนบทและการกำกับการแสดง ผมคงพูดได้ว่าฮอลลีวู้ดอาจจะสร้างไม่ได้ดีเท่านี้  คือนอกจากความสมบูรณ์โดยองก์รวมของหนังแล้ว การถ่ายทอดบุคคลิกของผู้คนนั้นยังเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง  Always ใช้ฉากหลังด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกเนรมิตเมืองหลวงให้กรุงโตเกียวอยู่ในปลายยุค 50 ในขณะที่หอโตเกียวยังสร้างไม่เสร็จดี  บทภาพยนต์เล่าถึง ความหวัง ความฝัน ความรัก ของชีวิตที่อาศัยอยู่บนถนนสายที่สาม ในมหานครใหญ่ที่ดำเนินไปอย่างนุ่มนวล เนิบนาบ แต่ปลูกฝังให้เห็นยุคสมัยสงครามโลกที่กำลังเปี่ยนแปลงไปทีละน้อย</p>
<p>    เดิมทีหนังชื่อว่า Always san-chome no yuhi แปลความหมายแล้วก็คงไม่ต่างจากชื่อภาษาอังกฤษ  หนังซึ่งสามารถถ่ายทอดภาพแห่งความหลังบนถนนเส้นนี้ได้อย่าง ละเมียดละไม สวยงาม เบื้องหลังการดิ้นรนมีชีวิตอยู่ เพื่อทำความฝันของแต่ละคนให้เป็นความจริง</p>
<p>    เรื่องราวของตัวละครได้รับการถ่ายทอดอย่างประณีตบรรจง  รายละเอียดครบถ้วนชวนติดตามเหมือนได้ดูหนังชุดทางทีวี  ที่ค่อยๆทวีคูณความน่าสนใจ  จนผู้ชมค่อยๆรู้สึกผูกพันกับตัวละครอย่างถอนตัวไม่ขึ้น  บทหนังเรียงร้อยได้สอดคล้องต้องกัน เป็นผลให้ Always นั้นติด 10 อันดับหนังทำเงินตลอดกาลของญี่ปุ่น  รวมทั้งคว้ารางวัลจากสถาบันภาพยนต์ญี่ปุ่นถึง 12 สาขา ผมอดไม่ได้ที่จะยกย่องผู้กำกับและผู้เขียนบทภาพยนต์ Always  เพราะการบอกเล่าเรื่องราวที่ชี้ชวนให้เห็นว่า  อย่างไรก็ตามชีวิตมนุษย์มีความหวังเสมอ  ขอเพียงแค่เราต้องไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคต่างๆ  บริษัทซูซูกิยานยนต์ที่เริ่มต้นจากการเป็นร้านซ่อมรถยนต์  แต่เจ้าของร้านอุปโลกน์ตนเองให้เป็น &#8220;ท่านประธาน&#8221;  เพราะเขาหวังอยู่ว่า สักวันจะต้องเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่  เด็กหญิงที่เพิ่งจบการศึกษาชั้นมัธยม เข้ามาสมัครงาน  แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้อยู่บริษัทใหญ่ กลับต้องซอมซ่อในร้านซ่อมรถขนาดเล็กคูหาเดียว แต่เธอก็พยายามทำให้ดีที่สุด เชื่อว่าสักวันบริษัทจะก้าวหน้าไป  นักเขียนหนุ่มผู้สร้างโลกจินตนาการให้เด็กๆและใช้ชีวิทอยู่ในร้านชำของเขาที่ขายเบอร์ต้มตุ๋นหลอกลวกเด็กๆเพื่อความอยู่รอด  ก๊มาถึงคราวยอมจำนนให้ให้ความภักดีและความฝันของเด็กชายพลัดหลงครอบครัวในช่วงสงคราม  ในขณะที่ดื่มเหล้าเมามายแทบไร้สติในคืนหนึ่ง เขาก็รับเด็กสกปรกคนนี้มาอยู่ด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ  แต่แล้วในที่สุดความผูกพันก่อตัวจนทั้งสองไม่อาจแยกจากกันได้  หญิงสาวผู้คาดหวังว่าร้านเหล้าของเธอจะรุ่งเรืองกลับต้องขาดทุนหนักยิ่งขึ้น  จำยอมขายตัวเองไปเพื่อความอยู่รอดทิ้งความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับคนรักไปอย่างเศร้าสลด  แต่เธอก็ยังไม่ทิ้งความฝันที่จะกลับมาเคียงข้างเขา   ในโลกของผู้ใหญ่ ยังมีโลกของเด็กๆจากการคบหาเล่นสนุกผิวเผิน กลับกลายผูกพันเป็นเพื่อนตาย ทำให้เราได้เห็นฉากน่าประทับใจ  เมื่อเด็กคนหนึ่งพาเด็กอีกคนหนึ่งเดินทางอย่างทุลักทุเลยากลำบากไปหาคุณแม่แต่แม่กลับปฏิเสธจะพบลูก</p>
<p>     บทหนังยังได้กล่าวถึงยุคสมัยใหม่กำลังก้าวเข้ามา  เมื่อพ่อบ้านสั่งซื้อทีวีขาวดำเครื่องแรกเข้ามาใช้  เป็นวันแรกเช่นกันที่ชุมชนมีโทรทัศน์ดู  เสมือนงานฉลองยิ่งใหญ่  ทุกคนต่างพากันมาบ้านของคุณซูซูกิ  แต่แล้วทีวีเกิดรวนขึ้นเป็นผลให้ทุกคนต้องผิดหวัง   การเปลี่ยนจากตู้เย็นใส่ก้อนน้ำแข็งมาสู่ตู้เย็นใช้ไฟฟ้า  ทำให้ทุกคนตื่นเต้นจนระงับใจไว้ไม่อยู่ส่วนผู้เป็นคนส่งน้ำแข็งก็รู้ว่าอาชีพของตัวกำลังจะหมดไป  เหตุการณ์ต่างๆดำเนินไปท่ามกลางฉากหลังที่หอคอยโตเกียวกำลังก่อสร้าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของทุกคน</p>
<p>    บทหนังคือหัวใจในการผูกเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์เข้าด้วยกันอย่างมีจังหวะที่คล้องจองซึ่งกันและกัน  ทำให้เราได้เห็นว่าการกระทำของบุคคลคนหนึ่งจะเชื่อมโยงเข้ากับอีกเหตุการณ์และผู้คนอื่นๆเป็นลูกโซ่ใน Always ทำให้ลงตัวมาก  รวมถึงการแจกแจงบุคคลิกตัวละครด้วยช่วงระยะเวลาสั้นๆก็ทำได้ยอดเยี่ยม  ไม่เว้นแม้แต่ตัวประกอบที่ออกมาแค่ฉากสองฉากก็ดูมีความหมายทั้งหมด  การสร้งฉากในโรงถ่ายโตโฮ  มือเก่าแก่ของวงการภาพยนต์ญี่ปุ่นนำมาประสานกับระบบสร้าภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิกยุคใหม่  ทำโตเกียวให้เป็นเมืองที่ดูเคร่งขรึมและมีชีวิตชีวาไปพร้อมกัน  การเปิดตัวหนังด้วยเสียงร้องถามของเด็กๆซึ่งกลับมาจากเลิกเรียนว่า &#8220;เครื่องรับโทรทัศน์มาหรือยังครับแม่&#8221; และการออกไปเล่นเครื่องบินเล็กของพวกเขาค่อยๆนำพาเราไปสัมผัสกับชีวิตที่มีตัวตนคนโตเกียวจริงๆก็เริ่มขึ้น</p>
<p>    ฉากชีวิตที่แสนประทับใจมีอยู่เกือบทั้งเรื่อง เช่นเมื่อนักเขียนหนุ่มบอกรักสาวบาร์ตามวิธีของเขา  ด้วยการซื้อกล่องใส่แหวนเพชรมามอบให้พร้อมกล่างว่าผมจนเหลือเกิน&#8230;.ขอเวลาอีกสักหน่อยจะหาซื้อสิ่งที่บรรจุอยู่ภายในมาให้เธอ   เธอกลับบอกว่ามันงดงามอยู่แล้ว  ช่วยสวมให้เธอด้วยเถอะ  คู่รักที่ดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันจะซาบซึ้งใจขนาดไหนก็คงจะคาดเดาได้  สุดยอดครับ  สำหรับภาพยนต์ดีวีดีเรื่องนี้ไม่มีคำสรรหาใดๆมากล่าว  นอกจากบอกว่าเป็นหนังดีที่สร้างแรงบันดาลใจกับเราอย่างมากมายมหาศาล</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นบทความที่ผมได้คัดลอกมา หลังจากได้อ่านอีกรอบ  คราวนี้คงต้องเพิ่มความพยายามในการหาแผ่นมาชมให้ได้  แล้วคุณล่ะครับ คิดอย่างไร</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
