Opportunity Knocks!
โอกาส…บางครั้งก็ต้องรอ รอ แล้วก็รอ กว่าจะมา
บางครั้ง ที่เราไม่ได้ตั้งตารอ มันกลับพุ่ง มุ่งตรงมาชนเข้าอย่างจัง นี่แหละที่ฉันเรียกว่า Opportunity … knocks!
เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ฉันเพิ่งเรียนจบกลับมา พร้อมกับปริญญา 1 ใบ แน่นอนว่าฉันมองหางานที่ตรงกับสาขาที่เรียน วันแล้ววันเล่าฉันเฝ้าพลิกหนังสือพิมพ์หางานที่ “น่าทำ”
แล้ววันหนึ่ง สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับโฆษณารับสมัครงานของโรงแรมแห่งหนึ่งที่มีสาขาอยู่ในลอนดอน แล้วกำลังจะมาเปิดตัวที่กรุงเทพฯ
ลอนดอน … ลอนดอน … อังกฤษ แหมเข้าทางฉันเลย ได้ทำงานโรงแรม แถมโรงแรมของอังกฤษเสียด้วย ฉันไม่รอช้ารีบส่งใบสมัครไปเร็วพลัน
ระหว่างรองาน ก็ไปเที่ยวให้สบายใจเสียก่อน เที่ยวไปเพลินๆ ก็ลืมเรื่องที่ไปสมัครงานเอาไว้ …
กลับมาปุ๊บ คนที่บ้านก็บอกปั๊บ ว่าเค้าเรียกไปสัมภาษณ์งานแล้วนะ ให้รีบติดต่อไปไวๆ
กริ๊งๆ ฉันโทรไปนัดหมายเวลาเสร็จสรรพ ก็ไปสัมภาษณ์ คุยไป คุยมา ปรากฏว่าได้งาน โอกาสทำงานแรกแบบจริงๆ จังๆ ในชีวิต วิ่งเข้ามาหาฉันแล้ว
ฉันมุ่งหน้าทำงานแรกไป หลายๆ อย่างก็เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ทำงานไป เรียนรู้ไป ได้พบเจออะไรใหม่ๆ ได้พบคนใหม่ๆ โอกาสสารพัดวิ่งมาหา ได้ลองไปเป็นพนักงานต้อนรับ ลองชิมโน่น ลองทำนี่ ลองไปเรื่อยๆ แบบคนไฟแรง
เมื่อโรงแรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก็มีการจ้างกลุ่มประชาสัมพันธ์มาทำการโปรโมทโรงแรมเป็นการใหญ่ ฉันประทับใจกับชื่อบริษัทประชาสัมพันธ์แห่งนี้ เค้าใช้ชื่อกันว่า “opportunity knocks”
ว่ากันว่าเวลาและวารีไม่คอยใคร เวลาผ่านเลยไป ฉันเริ่มเคยชินกับงานที่ทำความตื่นเต้น เริ่มหายไปทีละน้อย ฉันในตอนนั้น เฝ้ารอโอกาสมาวิ่งชนอีกสักครั้ง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โอกาสวิ่งมาทางฉันอยู่หลายครั้ง บางทีฉันเอื้อมมือออกไปแตะ แต่แล้วกลับปล่อยให้มันหลุดลอยไป บางครั้งฉันจับมันเอาไว้ บางครั้งฉุดกระชาก บางครั้งก็หลบ ชีวิตมันก็แบบนี้
และวันนี้ โอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตการทำงานของฉันก็มาอีกครั้ง มันกลับไปยังจุดเริ่มต้น ที่โรงแรมแห่งนั้น ที่ที่ฉันเคยยืนอยู่เมื่อ 5 ปีก่อน
แม้จะเป็นที่เดิม แต่ไม่เหมือนเดิม
แม้จะเป็นที่เดิม แต่ฉันโตขึ้น
แม้จะเป็นที่เดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม
แต่ถึงอย่างไร ฉันก็อ้าแขนออกแล้วปล่อยให้โอกาสวิ่งเข้าชนเหมือนเดิม ไม่น่าแปลก ที่ฉันจะยังยืนมึนๆ งงๆ กับการวิ่งชนครั้งนี้ และภาวนาลึกๆ ให้มันเป็นโอกาสที่ดีจริงๆ สมกับที่ฉันต้องปล่อยมือจากโอกาสอื่นๆ ที่เคยโอบกอดเอาไว้ก่อนหน้านี้
juneecstacy กล่าว,
พฤษภาคม 11, 2008 @ 2:57 pm
ดีใจด้วยถึงแม้จะไม่อยากห่างกันไปเท่าไหร่
แต่เข้าใจว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
สามปีที่ผ่านมา ที่เราเจอหน้ากันแทบทุกวัน ผ่านอะไรกันมามากมาย ไม่แปลกที่วันนี้จะนึกเสียดายไม่น้อย
นี่แหละมั้งที่เค้าเรียกกันว่า ความผูกพัน เนาะ…
kuckic กล่าว,
พฤษภาคม 12, 2008 @ 2:59 pm
ไม่ต้องภาวนาให้มันเป็นโอกาสที่ดี ใช้ความสามารถ ความตั้งใจและความอดทน ทำให้มันเป็นโอกาสที่ดีจริงๆ โอกาสที่ดีมีอยู่ทุกที่เพียงแต่
ใครจะคว้ามันได้ก่อน และกอดมันไว้ได้นานที่สุด
Peter กล่าว,
พฤษภาคม 13, 2008 @ 9:30 am
เธออาจเหน็บหนาวทุกคราวที่เจอะคลื่นลม ก็ห่มใจฉันด้วยความอบอุ่นของเธอ อาจมองไม่เห็นเส้นของขอบฟ้าไกล ยังมีแสงดวงดาว จะคอยนำทางให้เราก้าวไป
Scantly กล่าว,
มิถุนายน 19, 2008 @ 7:18 am
Somehow i missed the point. Probably lost in translation :) Anyway … nice blog to visit.
cheers, Scantly.