Archive for พฤศจิกายน 6th, 2009
London Trip A to Z ตอนที่ 11
K for Kew Garden

เมื่อพูดถึงประเทศอังกฤษ หลายคนอาจจะนึกถึงสวนแบบอังกฤษ ซึ่งให้อารมณ์แบบชนบทสวยงาม ร่มรื่น และประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่สวยงาม
โปรแกรมหนึ่งสำหรับคนรักดอกไม้ต้นไม้ เมื่อได้ไปเที่ยวอังกฤษคือการเที่ยวชมสวนสวยๆ ค่ะ ฉันติดใจสวนของที่นี่ตั้งแต่ได้ไปเที่ยวบ้าน Shakespeare ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้นจึงหาโอกาสไปเยือนสวน Birmingham Botanical Garden ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก แต่สวนที่ใฝ่ฝันจะไปเยือนให้ได้ แต่ก็ไม่มีโอกาสเลยคือ สวนคิว (Kew Gardens) หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Royal Botanic Gardens
มาลอนดอนคราวนี้ ฉันจึงจัดแจงบรรจุโปรแกรมชมสวนสวยไว้ใน itinerary ยาวเหยียดของตัวเอง และใฝ่ฝันไปถึงเรือนกระจกขนาดมหึมา ซุ้มดอกกุหลาบ XStrata Treetop Walkway ที่เปิดให้ไปเดินชมยอดไม้จากมุมสูง รวมไปถึง Kew Palace
แต่แล้วความหวังก็พังทลาย เมื่อวันนั้นเป็นวันฝนตก ใครที่รู้จักกับอากาศของอังกฤษดีคงรู้ว่า ลองฝนเมืองผู้ดีได้ตกลงมาแล้วล่ะก็ ยากที่จะหยุดลงได้ง่ายๆ จากฝนปรอยเมื่อเราออกจากโรงแรม กลายเป็นฝนตกหนักเมื่อเราไปถึงสวน แถมข่าวร้ายที่ว่าวันนี้ XStrata Treetop Walkway เค้าปิด เพราะฝนตก คงกลัวอันตรายถ้าคนขึ้นไปเดินบนนั้น คุณป้าที่เคาน์เตอร์ขายบัตรแกว่า “วันนี้คงได้แต่เดินดูในเรือนกระจกเท่านั้นแหละนะจ๊ะ แม่หนูทั้งสอง”
เห็นฝนตกเฉอะแฉะแบบนี้ แถมยังหิวข้าวอีกต่างหาก ฉันจึงไปตั้งต้นที่คาเฟ่ (ทีแรกตั้งใจว่าจะไปกินที่ร้าน The Orangery Restaurant แต่สภาพอากาศที่ไม่อำนวยทำให้เราต้องกลับมานั่งกินแซนด์วิชกันที่ Victorian Terrace Cafe ตรงปากทางเข้าสวนนั้นเอง แถมฝนตกแบบนี้ ที่นั่งตรง terrace ก็นั่งไม่ได้ ทำให้คนมาแออัดกันในร้านพอสมควร
หลังจากอิ่มจากแซนด์วิช ฝนก็เริ่มตกเบาลง เราสองคนจึงเล็งไปที่ The Palm House ซึ่งเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่ รูปทรงคลาสสิกที่เรานึกถึงทุกครั้งเมื่อได้ยินชื่อสวนคิว สร้างขึ้นในระหว่างปี 1844 – 1848 ภายในรวบรวมเอาต้นปาล์มและพันธุ์ไม้แบบป่าดิบชื้นเอาไว้ ต้นไม้แต่ละต้นได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และภายในยังมีเครื่องทำความร้อนเพื่อให้มีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมสำหรับบรรดาต้นไม้ทั้งหลายค่ะ หากอยากได้วิวมุมสูงภายในเรือนกระจก ก็ให้เดินขึ้นบันไดวนสีขาวไปที่ทางเดินที่อยู่ด้านบนได้
ไม่ไกลจาก The Palm House จะมีเรือนกระจกขนาดย่อมค่ะ เป็นส่วนของ Water Lily House ซึ่งเป็นส่วนที่ฉันชอบมากที่สุด เรือนกระจกทรงกลมขนาดเล็กนี้มีบ่อบัวเป็นจุดศูนย์กลาง และมีพันธุ์ไม้เถาอื่นๆ ปลูกอยู่โดยรอบ อย่างต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง และบวบที่แต่ละต้นสวยและสมบูรณ์มากๆ เข้าใจว่าเค้าดูแลต้นไม้ทุกต้นเป็นอย่างดี
ส่วนเรือนกระจกถัดไปที่เราไปดูคือ Princess of Wales Conservatory ค่ะ เรือนหลังนี้จะมีรูปทรงแบบโมเดิร์นกว่า เรือนกระจกหลังนี้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าหญิง Augusta, Princess of Wales ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสวนแห่งนี้ค่ะ และในวันที่เปิดเรือนกระจกก็มีเจ้าหญิง Diana ซึ่งมีตำแหน่ง Princess of Wales มาเปิด เมื่อปี 1987 ภายในแบ่งออกเป็นหลายโซนค่ะ ตั้งแต่พืชทะเลทรายอย่างกระบองเพชร จนถึงพืชในเขต wet tropics
ส่วนเรือนกระจกหลังสุดท้ายที่เราไปดูคือ Temperate House ซึ่งเค้าว่าเป็น the largest surviving victorian glass house in the world และยังมีต้นไม้ที่สูงที่สุดคือ Chilean Wine Palm ซึ่งมีความสูงกว่า 17 เมตร!!!
แม้เราจะโชคร้ายที่ไปเที่ยวสวนคิวในวันฝนตก แต่ฉันก็ประทับใจกับสวนสวยแห่งนี้มาก ใครที่รักต้นไม้ ขอย้ำว่าถ้าได้ไปลอนดอนแล้ว อย่าพลาดไปสวนคิวนะคะ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวนคิวได้ที่นี่
รูปถ่ายจากสวนคิว อยู่ที่นี่ค่ะ
3 comments พฤศจิกายน 6, 2009