Posts filed under 'ดูหนังดูละคร'
Watashi wa Noda Megumi desu!
ล่าสุดได้มีโอกาสดูซีรีส์จากญี่ปุ่นเรื่อง Nodame Cantabile หลังจากที่ห่างหายไปจากการดูซีรีส์ (ไม่ว่าจากชาติไหนๆ) มานาน
การที่จะดูซีรีส์สักเรื่องจนจบ เรื่องนั้นนั้นต้องมีความน่าสนใจและดึงดูดใจพอสมควร ที่จะทำให้คนดู “สละ” เวลามาดู แทนที่จะไปทำอย่างอื่น เพราะซีรีส์ไม่เหมือนภาพยนตร์ที่จบในตอนเดียว หากหนังเรื่องนั้นไม่ดี ไม่น่าดู เราก็แค่เสียเวลาสัก 2 ชั่วโมงกับมัน แต่ซีรีส์มักมีความยาวมากกว่านั้น
คนที่ไม่ใช่แฟน J-Pop หรือแฟนพันธุ์แท้ประเทศญี่ปุ่นอย่างฉัน มีความรู้เรื่องละคร หนัง เพลง และวรรณกรรมญี่ปุ่นแค่ผิวเผิน แต่เมื่อมีโอกาส ฉันก็ไม่พลาดที่จะรับชมศิลปะจากเมืองจ้าวแห่งศิลปะนี้ หลายครั้งหลายหนที่ภาพยนตร์จากญี่ปุ่นติดประทับอยู่ในใจแม้เวลาจะผ่านไปนาน ผิดกับภาพยนตร์จากเกาหลีที่สำหรับฉันแล้วรู้สึกว่าจะออกแนวซึ้ง Sentimental อย่างจงใจไปหน่อย (ความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่ได้มีอคติต่อภาพยนตร์เมืองโสมแต่อย่างใด) เกาหลีเน้นภาพสวยเพลงเพราะ นางเอกเป๋อ พระเอกรวย เป็นสูตรสำเร็จ ในความคิดฉันภาพยนตร์จากเกาหลีส่วนใหญ่จึงมาในแนวเดียวกัน ขอหยุดการเปรียบเทียบไว้ ณ ตรงนี้จะดีกว่า
มาว่าถึงละครซีรีส์ Nodame Cantabile กันดีกว่า จะว่าไป การเขียนถึง Nodame ตอนนี้ออกจะดูความรู้สึกช้าไปหน่อย เพราะเค้าฮิตกันไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ถึงจะช้าไปนิด แต่ก็เชื่อว่ายังมีคนที่ความรู้สึกช้าอย่างฉันอยู่บ้าง
Nodame Cantabile มีต้นกำเนิดจากหนังสือมังหงะของโทโมโกะ นิโนะมิยะ (Tomoko Ninomiya) ว่าด้วยชีวิตนักเรียนในโรงเรียนดนตรี มีการหยิบนำมาทำเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นและเป็นซีรีส์ที่ใช้คนแสดง
ดนตรีคลาสสิกเป็นฉากหลังให้กับเรื่องราวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น ความสนุกสนาน และมุขตลกแบบการ์ตูนผู้หญิง
แน่นอนว่าพระเอกของเรา ท่านจิอากิ (Chiaki-sama) ต้องเป็นหนุ่มหล่อ ขรึม ตัวสูงกับมาดเท่ห์ที่สาวๆ ต้องพากันกรี๊ด ส่วนนางสาวโนดะ เมงูมิก็ชนะใจพระเอกด้วยความสามารถทางเปียโนและเหนืออื่นใดคือความจริงใจของเธอ
แม้ว่าจะเป็นเรื่องราวจากมังหงะ Nodame ในสายตาของฉัน ก็มีความดีความชอบอยู่หลายประการ ซีรีส์เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการได้มาซึ่งสิ่งที่มุ่งหวังนั้นต้องอาศัยความพยายาม พรสวรรค์ไม่ใช่ทุกสิ่ง หากแต่พรแสวงต่างหากที่ผลักดันเราให้ก้าวไปข้างหน้าและประสงความสำเร็จ ความเป็นเพื่อนเป็นสิ่งสวยงาม การทำอะไรให้ได้ดีต้องทำด้วยความรัก เมื่อเรารักสิ่งที่ทำเราก็จะมีความสุขไปกับมัน ฯลฯ ข้อคิดดีๆ หลายอย่างส่งผ่านสู่ผู้ชม โดยที่เราไม่ได้รู้สึกว่าถูกสั่งสอนหรืออบรมโดยละคร หากแต่เป็นสิ่งที่เราเข้าใจได้ และเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับตัวละคร
หรือถ้าแม้จะอยากปล่อยเสียงหัวเราะออกมาโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก Nodame Cantabile ก็ตอบโจทย์ข้อนี้ได้ด้วยเหมือนกัน ส่วนคอเพลงคลาสสิกก็คงได้เพลิดเพลินไปกับ OST ที่มาจากผลงานเพลงดีๆ ทั้ง Symphony No. 7 ของ Beethoven Oboe Concerto ของ Mozart Piano Concerto ของ Rachmaninov เป็นต้น
ในวันสุดสัปดาห์ หากยังไม่มีโปรแกรมทำอะไร ลองหา Nodame Cantabile มาดู แล้วอาจนึกอยากจรดปลายนิ้วลงบนคีย์เปียโน และฝันว่าตัวเองเป็นนางสาวโนดะเมะที่ได้เล่นเปียโนคู่กับท่านจิอากิก็ได้
1 comment มกราคม 25, 2008
Either that wallpaper goes or I do
“ไม่วอลเปเปอร์นั่น ก็ฉันนี่แหละที่ต้องไป” บนเตียงนอนในโรงแรมโทรมๆ แห่งหนึ่ง ณ กรุงปารีส Oscar Wilde พูดประโยคสุดท้ายก่อนสิ้นลม
เป็นการจบฉากชีวิตของนักเขียนเจ้าสำราญชาวอังกฤษในปารีส นครแห่งความรัก
ได้ยินเพื่อนหลายต่อหลายคนแนะนำให้ไปหาหนังเรื่อง Paris Je t’aime มาดู ฉันหยิบเอาหนังเรื่องนี้มาดูด้วยเหตุผลง่ายๆ 2 ข้อ
1 ฉันชอบเรื่องราวที่เกี่ยวกับความรัก
2 ฉันชอบปารีส
หนังหยิบยกเอาเศษเสี้ยวของชีวิตในมหานครที่ใครๆ ต่างพากันเรียกว่านครแห่งความรักมารวบรวมเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ บ้างก็เป็นเรื่องราวชีวิตประจำวันที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ้างก็เป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิต บางตอนเป็นเรื่องสุดแสนธรรมดา แต่อีกตอนเป็นเรื่องพิลึกพิลั่น ชีวิตก็เต็มไปด้วยเรื่องเหล่านี้ … c’est la vie
สายตาที่มองมาที่ปารีสของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน เฉกเช่นมุมมองของผู้กำกับต่างชาติต่างภาษาที่เลือกนำเสนอปารีสในแบบของตน ใครบางคนอาจมองว่าหอไอเฟิลเป็นเพียงขยะน่าเกลียดที่ทำลายความงามอันเป็นศิลปะของปารีส แต่สำหรับอีกหลายคนมันอาจเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและความรักก็เป็นได้
ตอนหนึ่งของหนังพาเราไปเยี่ยมสุสานอันเป็นที่ตั้งของหลุมศพ Oscar Wilde หนึ่งในชาวต่างชาติที่เลือกปารีสเป็นที่พักพิงสุดท้าย แม้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต Oscar Wilde ยังไม่หยุดที่จะมองและให้ความสำคัญกับสิ่งรอบตัวของเขา แล้วถึงกับวิจารณ์เจ้าวอล์เปเปอร์หน้าตาไม่น่าพิศมัยนั่นออกมา
ฉันได้อ่านบทความของคุณปราบดา หยุ่นที่ว่าด้วยเรื่องของบ้านในหนังสือ เขียนถึงญี่ปุ่น ซึ่งเขียนไว้ได้อย่างน่าสนใจ มีคนกล่าวว่า “Home is where the heart is” บ้านเป็นที่อยู่ของหัวใจ แต่สำหรับเขาหัวใจเป็นสิ่งที่อยู่ในร่างกายและติดตามเขาไปทุกที่ ทุกที่จึงกลายเป็นบ้านได้เมื่อหัวใจบอกอย่างนั้น
เชื่อว่าปารีส คงนับเป็นบ้านหลังหนึ่งได้ในใจของฉัน หากใช้คำนิยามตามแบบของคุณปราบดา แม้ในเวลาสั้นๆ ที่ฉันได้เหยียบย่างไปในกรุงปารีส เดินไปตามถนน ผ่านผู้คน นักท่องเที่ยว ชาวปารีเซียง เป็นคนแปลกหน้าในเมืองใหญ่ แต่ลึกๆ ในใจฉันก็รู้ว่ามีเสี้ยวหนึ่งที่ฉันมอบความรักให้กับนครแห่งรักแห่งนี้ Paris, Je t’aime.
Add comment มกราคม 12, 2008