ขยันขันแข็ง

เสียงพนักงานสาวเชิญชวนเด็กๆ และผู้ใหญ่ใจเด็กให้เข้าแถวเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ พร้อมบรรยายโน่นนี่ด้วยเสียงสดใส หน้าตายิ้มแย้ม แม้ว่าบ่ายวันนั้นคนจะเยอะจนแออัดยัดเยียดก็ตาม เป็นภาพประทับใจของฉัน นอกเหนือจากสีสันสวยสดและตัวการ์ตูนน่ารักในแบบของดีสนีย์ ทำไมนะ แม้ทำงานเหนื่อยทั้งวัน พนักงานเหล่านี้ยังดูมีความสุขอยู่ได้

จากวันนั้นมาถึงวันนี้แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 2 ปีแล้ว ฉันยังแทบไม่ได้เห็นคนที่มีความสุขกับการทำงานอย่างนั้นเลย หลายครั้งฉันก็ถามตัวเองว่าชอบงานที่ทำอยู่หรือเปล่า แต่ก่อนเวลางานยุ่งๆ ฉันไม่ค่อยมีเวลาถามคำถามนี้กับตัวเอง แต่พอมีเวลามากขึ้นคำถามนี้มันย้อนกลับมาผุดขึ้นในหัวอยู่บ่อยๆ ราวกับเป็น dialog box ในคอมพิวเตอร์ที่คอยถามว่าฉันจะทำงานต่อไปหรือหยุดซะตอนนี้เลย

ถ้าจะนับจำนวนประชากรโลกที่อยู่ในวัยทำงานแล้ว คงนับได้ไม่ถ้วน แต่จะมีถึง 10% ไหมนะที่มีความสุข สนุก และรักงานที่กำลังทำ

หลายต่อหลายครั้งฉันรู้สึกตำหนิ (และแสดงออกถึงการตำหนิ) ต่อผู้ที่ไม่ “เต็มใจ” ทำงานของตัวเอง ครั้งล่าสุดที่ฉันรู้สึกอย่างรุนแรงในเรื่องนี้คือวันที่ไปซื้อของในห้างสรรพสินค้าระดับไฮโซไฮเอนด์กลางกรุงเทพฯ พนักงานแผนกขายผลไม้ง่วนกับการขายส้มช่วงตรุษจีน ที่ใครๆ ต่างก็อยากไขว่คว้ามาเป็นของขวัญให้คนที่เคารพรัก (หรือบางที่ก็ไม่ได้เคารพรัก แต่จำต้องเอาใจ) กระบะใส่ส้มมีส้มเหลืออยู่ไม่มาก ฉันต้องใช้วิชามือใครยาวสาวได้สาวเอาไปช่วงชิงส้มมาได้ 2 ถุง เสร็จสรรพก็ให้พนักงานช่วยห่อส้มด้วยผ้าโปร่งสีแดงให้ด้วยเพื่อความสวยงาม พนักงานจัดกระเช้าหน้าตาไม่รับแขกตอบรับอย่างเสียไม่ได้ว่า ให้ไปติดต่อที่แผนกบริการลูกค้า ฉันตอบกลับว่าก็จะให้ช่วยห่อผ้าให้ทำได้หรือไม่ (ถ้าไม่ได้ก็จะได้หาถุงสวยๆ มาใส่แทน) พนักงานละสายตาจากฉันพร้อมกับบอกว่ารอ (ไป) ก่อนแล้วกัน …

ฉันยืนรอด้วยความอดทน (อย่างสูง ถึงสูงที่สุด) ขณะที่พนักงานคุยไปจัดกระเช้าของลูกค้าคนก่อนหน้าไปอย่างไม่มีท่าทีจะรีบทำงานแต่อย่างใด หน้าตาพนักงานเหล่านี้ราวกับเด็กถูกบังคับให้กินผัก หน้าตาเหยเก ทำงานแบบซังกะตาย อืม ทำงานแบบนี้ตั้งแต่ปีใหม่ (จีน) เลยนะเนี่ย คงจะทำงานซังกะตายไปทั้งปี ฉันคิดอยู่ในใจ ระหว่างนั้นฉันยืนรอราวกับตัวเองใส่เสื้อคลุมล่องหนอยู่ ไม่มีพนักงานหน้าไหนคิดจะหันมาพูดกับฉันว่า “รอสักครู่นะคะ” แวบหนึ่งฉันคิดไปว่าฉันกำลังมาขอสิ่งของจากผู้ใจบุญอยู่หรือเปล่านะ ท่านคะช่วยสงเคราะห์ห่อส้มให้หนูด้วยเถิด…

เวลาผ่านไปราว 30 นาที พนักงานหญิงหันมาบอกกับฉันว่า “ปกติเราไม่ห่อให้นะคะ”

“ค่ะ แล้วทำไมคุณท่านไม่บอกดิฉันเมื่อ 30 นาทีก่อนหน้านี้ล่ะคะ” ฉันคิด

“แต่ก็จะห่อให้นะคะ คราวหน้าคงไม่ได้นะคะ” เธอบอก

“เป็นพระคุณอย่างสูง ขอให้เจริญนะคะแม่คุณ” ฉันคิด

… เวลาผ่านไปอีกราว 15 นาที ฉันได้รับส้มในห่อผ้าโปร่งสีแดง 4 ห่อ พร้อมกับค่าห่ออีกห่อละ 34 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ทางพนักงานไม่ได้บอกเลยว่าจะคิดสตางค์ …

ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่งานที่ฉันกำลังทำไม่ได้ทำให้ฉันเป็นเหมือนพนักงานขายส้มคนนั้น อย่างน้อยฉันก็มีความสุขตามอัตภาพกับสิ่งที่กำลังทำ และในเวลาที่ความสุขมันลดลง ฉันก็จะรู้ตัวและหาทางให้ตัวเองได้ทำงานที่อยากทำหรือมีความสุขไปกับมันได้

ถ้าทุกคนเลือกงานที่อยากทำได้ และทำมันอย่างขยันขันแข็ง โลกเราจะเป็นอย่างไรนะ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข” หากมีคนในวัยทำงานคิดแบบนี้ ภูมิใจกับสิ่งที่ตนเองทำอยู่ ทำงานนั้นอย่างเต็มความสามารถและเต็มใจ บางทีฉันอาจได้พบกับพนักงานดีๆ คนทำงานดีๆ และรู้สึกว่าชีวิตจริงดีกว่าการได้ไปเที่ยวในโตเกียวดิสนีย์แลนด์ก็ได้

Advertisements

2 thoughts on “ขยันขันแข็ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s