เยอรมันดี – วันที่ 2

กุมภาพันธ์ 12, 2008 at 4:30 pm ใส่ความเห็น

วันที่สอง – เมียงมองเมืองเคลิน  

มีใครเคยพักในโรงแรมแปลกๆ กันบ้างไหม โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเบอร์มิ่งแฮมชื่อ Hotel du Vin หรือโรงแรมแห่งไวน์ โรงแรมสวยเท่ แถมมีคอร์ตยาร์ตตรงกลางที่สมัยเรียนฉันเคยเดินไปเจอะป๋าดาวิด ชิโนล่า (David Ginola) เคยเป็นโรงพยาบาลมาก่อน ส่วนโรงแรมใน Cologne ของเราคราวนี้ ปรับปรุงมาจากอาคารสำนักสงฆ์ (monastry) เดิม

โรงแรม Hopper et Cetera ต้องการให้ผู้มาพักได้รู้ถึงอดีตของอาคารหลังนี้ จึงประดับฝาผนังห้องอาหารด้วยภาพ wallpaper ภายในโบสถ์ เสริมบรรยากาศให้เรารู้สึกราวกับนั่งกินอาหารใกล้ๆ แท่นบูชา แถมตรงทางเข้าแถวๆ หน้าล็อบบี้ยังมีหุ่นขี้ผึ้งรูปนักบวชนั่งอยู่อีกด้วย ซึ่งฉันลงความเห็นว่าดูน่ากลัวยังไงไม่รู้

หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่รวมอยู่ในราคาค่าห้องพักแล้วก็ได้เวลาออกชมเมือง กลับไปหาโดม (Dom หรือ Cologne Cathedral) ตามที่ได้สัญญาไว้เมื่อคืน

เอี่ยว (นักศึกษาไทยในเคลิน) มารอรับเราที่โรงแรมเพื่อพาไปดูโรงเรียนสอนภาษา ก่อนที่จะพาเราไปดร็อปเอาไว้ที่โดม จะไปไหนมาไหนในเคลิน (Koln คือชื่อในภาษาเยอรมันของ Cologne) ก็มาตั้งต้นกันที่โดม อารมณ์ประมาณคนต่างจังหวัดเข้ากรุงก็มาตั้งต้นกันที่สนามหลวง

ปีนี้ได้มาเยือนโดมเป็นครั้งที่สอง แม้ฤดูการจะต่างไป ยอดหอคอยคู่ทรงโกธิคยังคงตั้งตระหง่านทะยานไปบนท้องฟ้าสีฟ้าเข้มเหมือนเคย ฉันตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่าครานี้จะขอพิชิตยอดโดมสักหน่อย ว่าแล้วฉันกับเพื่อนร่วมทางก็ตีตั๋วแพคเกจชมโดม ราคา 5 ยูโร ซึ่งรวมการไต่บันไดวนขึ้นสู่ยอดหอคอยและชมห้องเก็บสมบัติ (treasury) ซะเลย มาแล้วต้องดูให้คุ้มสักหน่อย

หากใครเคยไปเที่ยวปราสาทในยุโรป พวกปราสาทยุคกลางที่มีบันไดวนแคบๆ สูงๆ คงจะเข้าใจอารมณ์เวลาเดินขึ้นหอคอยของโดมได้เป็นอย่างดี ฉันเริ่มเดินขึ้นด้วยความกระฉับกระเฉง แต่พอเดินไปได้สักพักก็เริ่มเข่าอ่อนตามประสาคนไม่ค่อยออกกำลังกาย บันไดวนแคบๆ แถมทางขึ้นทางลงเป็นทางเดียวกัน จะหยุดพักนานๆ ก็เกรงใจคนเดินสวนมา ทำให้ต้องกัดฟัน “ไต่”บันไดขึ้นไปเรื่อยๆ ทีละก้าว ทีละก้าว นึกด่าตัวเองในใจที่ไม่ไปออกกำลังกาย ร่างการก็เลยขาดความฟิตอย่างแรง ดีที่มีเพื่อนร่วมทางช่วยหิ้วกระเป๋าให้ไม่งั้นฝรั่งแถวนั้นคงเห็นคนเอเชียเป็นลมล้มพับอยู่ที่ขั้นบันไดไปแล้ว

ก่อนที่ขาจะพับ เราก็มาถึงจุดชมระฆังโบสถ์กัน เค้าว่าว่าระฆังของโดมนี้เป็นระฆังแบบมีกลไกอัตโนมัติทำงานอยู่ ชื่อว่า Bell of St. Peter เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราเดินวนชมความใหญ่โตของระฆัง ซึ่งการเดินนี้ถือเป็นการพักกล้ามเนื้อขาไปในตัว ก่อนที่จะกัดฟันและสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนตัดสินใจปีนบันไดกันต่อ

บันไดวนพาเรามาถึงบริเวณใกล้ยอดของวิหาร หากจะขึ้นชมวิวจากจุดสูงสุดก็จะต้องไต่บันไดโครงเหล็กขึ้นไปอีกจนถึงปลายยอดแหลม ฉันขอเวลานั่งทำใจ รับลมเย็นๆ โดยส่งเพื่อนร่วมทางขึ้นไปสำรวจอากาศด้านบนก่อน รออยู่พักใหญ่ก็ยังไม่เห็นใครเดินลงมาเลย หายเหนื่อยแล้วก็ตัดสินใจเดินต่อจนถึงยอด แม้ทางเดินด้านบนจะแคบและมีตระแกรงเหล็กกันอยู่ แต่ภาพของเมืองเคลินที่มีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านนั้นสวยงามคุ้มกับการตะเกียกตะกายขึ้นมาจริงๆ

จากมุมสูง เราเดินลงสู่มหาวิหารเพื่อชมความงามภายในอาคารมรดกโลกแห่งนี้ เช่นเดียวกันกับมหาวิหารหลายๆ แห่ง ผังของโดมแห่งเคลินนี้เป็นรูปไม้กางเขน มีแท่นบูชาต่างๆ สำหรับนักบุญตามความเชื่อของคริสตศาสนา แต่ก็มีแท่นบูชาที่สวยสะดุดตาอย่าง altar piece รูป The Three Kings ของ Stephan Lochner ซึ่งเป็นผลงานตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 และ Shrine of the Three Holy Kings อายุร่วม 1,000 ปี สีทองอร่ามประดับประดาด้วยอัญมณีมีค่าต่างๆ

ส่วนของคลังสมบัตินั้นเป็นที่เก็บรวบรวมสมบัติล้ำค่าของพระชั้นสูงของศาสนาคริสต์ ไม่ว่าจะเป็นไม้คฑารูปแบบต่างๆ ชุดของนักบวชชั้นสูง รูปสลักทางศาสนา ไปจนถึงกระดูกของนักบวชและนักบุญต่างๆ หลายยุคหลายสมัย ซึ่งแสดงถึงความร่ำรวยของศาสนจักร อีกทั้งยังมีคุณค่าแก่ผู้สนใจทางด้านโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับศาสนา

ด้านหน้าของโดมหันไปยังถนนช้อปปิ้งสายหลักของเคลินที่เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ โรงแรม ร้านอาหาร และแน่นอนว่าต้องมีร้านขายโคโลญน์ชื่อดังอย่าง 4711 ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ชื่อ Eau de Cologne หรือน้ำแห่งเมืองโคโลญน์ยังเป็นที่รู้จักกันอยู่ถึงทุกวันนี้

หากต้องการชมบรรยากาศริมแม่น้ำไรน์ก็สามารถเดินตรงไปยังเขตเมืองเก่าได้ไม่ไกลนัก ฉันคิดว่าสิ่งที่น่าชื่นชมของประเทศแถบยุโรปอย่างหนึ่งคือการรักษาสภาพบ้านเมืองของเขตเมืองเก่าเอาไว้อย่างดี การเดินเข้าเขตเมืองเก่า ให้รองเท้าได้สัมผัสกับก้อนหินปูพื้นถนนที่ผ่านร่องรอยที่ย่างเหยียบมานานแสนนานจนสึกหรอไปตามกาลเวลา ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินทางย้อนเวลา แม้ว่าเมืองเก่าของเคลินจะค่อนข้างเล็ก แต่ก็เต็มไปด้วยบรรดาร้านอาหารที่เริ่มคึกคักขึ้นในเวลาค่ำคืน

หลายคนคิดว่ามาเยอรมันก็ต้องหาโอกาสชิมขาหมู ไส้กรอก และแน่นอน เบียร์เยอรมัน แถบเมืองเคลินก็มีเบียร์ขึ้นชื่อที่ผลิตในเมืองนี้คือ Kölsch ซึ่งเค้าว่าเป็น top-fermented beer ซึ่งผู้ไม่สันทัดในเรื่องแอลกอฮอล์อย่างฉันมองว่าเบียร์ก็คือเบียร์ ไม่รู้ความแตกต่างทางรสชาติ ต้องปล่อยให้เพื่อนร่วมทางละเลียดเบียร์เยอรมันแท้ๆ เป็นแก้วแรกของทริปนี้

Advertisements

Entry filed under: จากต้นจนจบที่ hauptbahnhof - Germany, เดินทางท่องเที่ยว. Tags: , , .

เยอรมันดี (ฤดูใบไม้ร่วงปี 2007) วาเลนไทน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


กุมภาพันธ์ 2008
อา พฤ
« ม.ค.   มี.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829  

หน้า

Blog Stats

  • 159,537 hits

%d bloggers like this: