เยอรมันดี วันที่ 3 – เที่ยวเบลเยี่ยม ตอน 2

ว่างเว้นไปเสียนาน ไปเขียนเรื่องโน้นทีเรื่องนี้ที วันนี้ขอกลับมาเขียนเรื่องท่องเที่ยวในเยอรมนีและเบลเยี่ยมต่อค่ะ ถ้าทุกคนพร้อมแล้วล่ะก็ ออกเดินทางกันเลยค่ะ

หลังจากที่ดั้นด้นไปจนถึงจตุรัส Grande Place (อ่านแบบฝรั่งเศสว่ากรองด์ปลาส) สำเร็จ เราก็ซื้อบัตร Brussels Card กันคนละใบ เป็นแบบที่ใช้ได้ 48 ชั่วโมง ราคาใบละ 28 ยูโร (บัตรแบบนี้มีให้เลือก 3 ราคา คือ 24 ชั่วโมง = 20 EUR, 48 ชั่วโมง = 28 EUR และ 72 ชั่วโมง = 33 EUR)

ข้อดีของบัตรคือใช้บริการรถโดยสารสาธารณะได้ไม่จำกัดภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงใช้เข้าพิพิทธภัณฑ์ต่างๆ ที่ร่วมรายการได้ฟรี เมื่อซื้อบัตรเราจะได้สมุด booklet ทีมีรายละเอียดสั้นๆ เกี่ยวกับพิพิทธภัณฑ์พร้อมแผนที่กรุงบรัสเซล แนะนำให้ซื้อบัตรเฉพาะคนที่ชอบเข้าพิพิทธภัณฑ์ค่ะ หากชอบชื่นชมความงามแต่เพียงภายนอก ไม่ต้องซื้อบัตรจะคุ้มกว่า

ไหนๆ ก็ได้บัตรมาแล้ว เราจึงเริ่มจากพิพิทธภัณฑ์ที่อยู่ตรงหน้ากันเลย Maison du Roi แปลตรงตัวว่าบ้านพระราชา เป็นที่ตั้งของ Museum of the City of Brussels ซึ่งภายในจัดแสดงภาพเขียน เอกสารโบราณ และสิ่งละอันพันละน้อยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมืองบรัสเซล ส่วนที่ฉันชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นห้องของหนูน้อยยืนฉี่ หรือ Manneken Pis ภายในห้อง Manneken Pis มีการจัดแสดงเสื้อผ้าของเจ้าหนูเอาไว้มากมาย จากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงชุดแฟนซีต่างๆ ทั้งชุดนักบินอวกาศ ชุดเอลวิส ฯลฯ ของประเทศไทยก็มีนะคะ เป็นชุดราชปะแตนสีครีม นอกจากเสื้อผ้าแล้วก็มีหนูน้อยตัวออริจินัลให้ได้ชมกันด้วย จำไม่ได้ว่าตัวที่เป็นน้ำพุในปัจจุบันเป็นตัวที่เท่าไหร่แล้ว

ว่าแล้วไปดูหนูน้อยตัวปัจจุบันกันบ้างดีกว่า น้ำพุ Manneken Pis ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Grande Place เดินไปชมร้านรวงต่างๆ แวะชิมช็อกโกแลตบ้าง ยิ่งช่วงเทศกาลต่างๆ แล้วจะมีการจัดวินโดว์ดิสเพลย์สวยๆ ให้ดูเพลินไปด้วย อย่างช่วงนี้มีการจัดดิสเพลย์ในธีม Halloween

เบลเยี่ยมไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ในเรื่องของช็อกโกแล็ตและวาฟเฟิลเท่านั้น คอการ์ตูนแบบ comic strip (การ์ตูนที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์) ย่อมรู้จักหนุ่มน้อยผมตั้งนักผจญภัยอย่าง Tin Tin อีกตัวละครขวัญใจฉันคือเหล่า Smurf สีฟ้า

ตามถนนหนทางในบรัสเซล จะมีภาพวาดผนังลวดลายการ์ตูนให้แฟนๆ ได้ดูกันเพลิน ขนาดที่ว่ามีการทำเป็นแผนที่ comic strip walk เป็นเรื่องเป็นราวทีเดียว

 

 ภายใน Comic Strip Museum

มาถึงเมืองแห่ง comic strip แล้ว ขอไปดูพิพิทธภัณฑ์การ์ตูนของเค้าด้วยดีกว่า ว่าแล้วก็ออกเดินค่ะ ดูตามแผนที่แล้วไม่น่าจะไกลมาก แต่เอาเข้าจริงๆ หายากมาก เรา 2 คนเดินวนเวียน หนาวก็หนาว เมื่อยก็เมื่อย จนในที่สุดก็มาถึง Centre Belge de la Bande Dessinee จนได้ พิพิทธภัณฑ์ตั้งอยู่บนถนน Rue de Sables ด้านหน้าดูเหมือนตึกเก่าธรรมดา แต่พอก้าวเข้าไปข้างในแล้วจะได้พบกับการตกแต่งแบบ Art Nouveau ที่สวยงาม ฝีมือท่าน Victor Horta สถาปนิกชื่อดัง แฟนการ์ตูนจะได้เห็นวิธีการวาด ลงสี ไปถึงต้นฉบับ comic strip ชื่อดังหลายเรื่อง น่าเสียดายว่าในเมืองไทย comic strip ดังสู้การ์ตูนจากเมืองพี่ยุ่นไม่ได้

Smurf is so … smooth!

หลังจากที่เหนื่อยจากการตระเวนเที่ยว ขอกลับไปพักขา หลบหนาวที่โรงแรมก่อน เย็นนี้จะไปทานอะไรกันดี อันนี้ต้องถามคนท้องถิ่น ว่าแล้วฉันก็ถามเบนจามิน หนุ่มเบลเยี่ยมที่แวะมาพบเพื่อรับของฝากจากเมืองไทย เบนจามินแนะนำร้านอาหารเบลเยี่ยมแถว Grande Place ชื่อ t’ Kelderke แต่ก่อนจะถึงเวลาอาหาร เราขอไปชมความสวยงามของประติมากรรมอะตอมหรือ Atomium กันก่อน ฉันเคยไปเที่ยวที่อะโตเมี่ยมมาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง แต่เพื่อนสาวยืนยันว่ายังไงต้องมาเห็นอะโตเมี่ยมตอนกลางคืนให้ได้ เธอว่ามันงามแท้ๆ แล้วอย่างนี้ฉันจะพลาดได้อย่างไร ว่าแล้วก็ชวนเพื่อนร่วมทางให้นั่งรถไฟไป Brupark กัน

ระยิบระยับ

Brupark นี้ถือเป็น theme park สำหรับครอบครัวเพราะประกอบไปด้วยโรงภาพยนตร์ (Kinepolis) เมืองจำลอง (Mini Europe) สวนน้ำ (Oceade) สวนสาธารณะ และแน่นอน … อะโตเมี่ยม ในยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ลมที่พัดมาช่างหนาวจับจิต แต่ถึงยังไงเราก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะเดินไปให้ถึงอะโตเมี่ยม เหล่าอะตอมในยามค่ำประดับประดาไปด้วยไฟดวงเล็กดวงน้อย ระยิบระยับ สวยสมคำโฆษณาของเพื่อน

และแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็น เรานั่งรถไฟย้อนกลับเข้าเมือง ตรงไปยัง Grande Place ร้าน t’Kelderke ร้านชั้นใต้ดินตามคำบอกของเบนจามิน อาหารจานเด็ดของร้านนี้ต้องยกให้หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว หอยตัวโตเสริฟมาเต็มหม้อ กินคู่กับมันฝรั่งทอดชิ้นใหญ่ อร่อยมากๆ พนักงานในร้านสอนวิธีกินหอยให้เรา บอกว่าไม่ต้องใช้ส้อมค่ะ แต่ให้ใช้เปลือกหอยหนีบเอาเนื้อออกมากิน ว่าแล้วก็สาธิตให้ดู (ดีที่ไม่สาธิตวิธีการกินให้ด้วย) จากหอยเต็มหม้อที่เราสองคนบ่นกันว่าจะกินหมดไหมเนี่ย กลายเป็นเปลือกหอยเต็มหม้อแทน ส่วนจานที่ฉันสั่งเป็นโครเก้กุ้งแบบเบลเยี่ยม ไส้เป็นครีมซอสสีขาวออกจะเลี่ยนไปสักหน่อย สู้หอยอบไม่ได้ อ่อ อย่าลืมสั่งเบียร์เบลเยี่ยมมาชิมกันด้วยนะคะ ถึงแม้เบียร์เบลเยี่ยมจะไม่ดังเท่าเบียร์เยอรมัน แต่ก็มีหลากหลายชนิดให้ลอง พวกชายหนุ่มคอแข็งต้องเจอกับ Duvel เจ้าปีศาจ Duvel นี้มีแอลกออล์สูงถึง 8.5% ส่วนสาวๆ ลองเบียร์ผลไม้ อย่าง Kriek (เบียร์เชอรี่)

Once in a night time…Grande Place

อิ่มอร่อยกันแล้วก็เดินออกมาสูดอากาศเย็นๆ ที่ Grande Place ในยามค่ำ ก่อนบอกกู๊ดไนท์

 

Advertisements

3 thoughts on “เยอรมันดี วันที่ 3 – เที่ยวเบลเยี่ยม ตอน 2

  1. ยินดีที่ได้รู้จักครับ
    โบโบ้เพิ่งมาทำ blog ที่นี่ครับ
    ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ

  2. ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ ว่าแต่ blog ของคุณ bobotravel นี่ URL อะไรคะ เผื่อจะแวะไปเยี่ยมเยียนกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s