日本 日本 วันที่ 1

มีนาคม 14, 2008 at 10:48 am ใส่ความเห็น

วันแรก สัมผัสหิมะ 

ได้ยินมาว่าญี่ปุ่นสวยทุกฤดู ไม่ว่าจะฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาว แล้วอย่างนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่นเพียงครั้งเดียวจะพอได้อย่างไร 

ว่าแล้วก็จัดแจงหาข้อมูล อ่านหนังสือเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นหลายๆ เล่ม เปิดดูเว็บไซต์ต่างๆ เตรียมตัวกลับไปเยี่ยมเยือนญี่ปุ่นอีกสักครั้ง เส้นทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ตรงที่เป็นการไปสัมผัสกับหมู่บ้านชนบทและธรรมชาติ รวมถึงการไปเที่ยวเชิงเกษตร ฉันใช้เวลาเลือกโปรแกรม เปรียบเทียบแต่ละทัวร์อยู่นาน จนในที่สุดก็ตกลงใจไปโปรแกรมที่ชื่อว่า Miracle Vintage โปรแกรมนี้จะดีสมชื่อหรือเปล่า เชิญมาเที่ยวชมไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

และแล้วเราก็มาถึงสนามบิน Centrair แห่งเมือง Nagoya กันในเวลาเช้าตรู่ กัปตันประกาศให้รู้ว่าอุณหภูมิเช้าวันนี้ไม่ถึง 10 องศา ในช่วงปลายฤดูหนาวเข้าฤดูใบไม้ผลิแบบนี้ อากาศมักจะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย แต่ถึงอย่างไรก็ยังโชคดีที่เช้าวันนี้ไม่มีฝนตก 

สนามบิน Centrair แห่งเมืองนาโงย่านี้ยังดูใหม่เอี่ยมแม้จะสร้างมาประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว เพื่อเตรียมรองรับผู้เข้าชมงาน Expo เมื่อปี 2005 Centrair ตั้งอยู่บนเกาะที่เกิดจากการถมทะเล สร้างเป็นเกาะขึ้นมาใหม่ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของที่นี่ไฮเทคสมกับเป็นประเทศญี่ปุ่น โดยมีการบันทึกลายนิ้วมือพร้อมกับถ่ายภาพของผู้เดินทางเข้าประเทศเอาไว้ หน้าจอที่ตั้งอยู่บริเวณเคาเตอร์ ตม. บรรยายขั้นตอนต่างๆ ซึ่งมีเวอร์ชั่นภาษาไทยเสียด้วย บันทึกลายนิ้วมือเสร็จสรรพก็ถึงเวลาถ่ายรูป บนจอมอนิเตอร์มีตัวเลขนับถอยหลังราวกับกำลังจะถ่ายรูปตามตู้สติกเกอร์ 3 2 1 แชะ ฉันเกือบเผลอชู 2 นิ้วตามสไตล์เวลาถ่ายสติกเกอร์ 

คุณลุงคนขับรถตลอดเส้นทางของเราชื่อคุณลุงชิโนซากิ ชิโนซากิซังหลงไหลการเล่นปาจิงโกะมาก เรียกว่าส่งพวกเราลงไปเที่ยวปุ๊บ แกก็มองหาร้านปาจิงโกะปั๊บ ส่วนไกด์ของเราคือพี่ตุ้มผู้มีอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ (วัดได้จากเสียงหัวเราะตลอดทริปของเธอ) 

เกริ่นมาเสียยาว ออกเดินทางกันดีกว่าค่ะ จุดหมายแรกของเราอยู่ที่เมืองจำลองสมัยเมจิ (Meiji-muraซึ่งจัดแสดงสถาปัตยกรรมสมัยเมจิ มีทั้งที่จำลองมาและส่วนของอาคารจริง

Meiji mura

บรรยากาศยามเช้าที่เมจิมูระ

สมัยเมจินั้นอยู่ระหว่างปี 1868 ถึง 1912 เป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้าสู่ประเทศ และเป็นรากฐานของญี่ปุ่นสมัยใหม่ เมจิมูระมีอาณาเขตกว้างมาก โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ บรรยากาศโดยรวมคล้ายกับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เวลาเช้าอย่างนี้ยังมีคนมาเที่ยวกันบางตา ทำให้ดูเหงาๆ อยู่  

time machine

หยุด แล้วมองย้อนเวลากลับไป

ฉันหมายมั่นว่าจะไปเดินดู Main Entrance Hall ของโรงแรม Imperial เสียหน่อย หลังจากที่ได้อ่านถึงก็อยากจะเห็นของจริง พอกางแผนที่ดูจึงได้รู้ว่า Main Entrance Hall นี้ตั้งอยู่ไกลจากจุดนัดพบมากพอสมควร แต่ตั้งใจแล้วก็ขอไปให้ถึงค่ะ ว่าแล้วก็ลากน้องชายไปด้วยกัน ทางเข้าของโรงแรมนี้สร้างจากหินภูเขาไฟที่แกะสลักเป็นรูปทรงเรขาคณิตมาเรียงต่อกันดูสวยแปลกตา และแตกต่างจากโรงแรมทั่วๆ ไปในปัจจุบันมาก 

Main Entrance Imperial Hotel

Main Entrance ของโรงแรม Imperial ผลงานของ Frank Lloyd Wright สร้างเสร็จราวปี ค.ศ. 1923

อาคารอื่นๆ มีทั้งแบบญี่ปุ่น เช่น โรงละครคาบูกิ โรงงานสาเก บ้านพ่อค้า ฯลฯ และมีแบบที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกเข้ามาด้วย แต่ขนาดจะย่อมลงกว่าบ้านชาวตะวันตกด้วยความที่ว่าคนญี่ปุ่นสมัยก่อนตัวเล็กมาก น่าจะสูงกันสักประมาณ 150 ซม. กว่าๆ เท่านั้น 

เดินเล่นเพลินๆ ก็ถึงเวลานัดพบเพื่อทานอาหารกลางวันมื้อแรกในญี่ปุ่น แน่นอนว่าอาหารของเราเป็นอาหารญี่ปุ่น ชื่อว่า อาหารชุดกิชิเม็ง (Kishimen) กิชิเม็งเป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นแบนในน้ำซุปรสกลมกล่อม ใส่เต้าหู้ทอด โรยหน้าด้วยโบนิโตะ (ปลาแห้ง) นิยมทานกันในแถบไอจิ (Aichi) และนาโงย่า (Nagoya) พร้อมเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่นมาเต็มถาด ทั้งกุ้งทอด ไข่หวานม้วน ผักดองต่างๆ ได้กินก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ หลังจากเดินตากลมในสวนแล้วรู้สึกร่างกายอบอุ่นขึ้นดีจริงๆ 

และแล้วเวลาที่ฉันรอคอยก็กำลังจะมาถึง เรากำลังจะไปที่หมู่บ้าน Shirakawa-go 白川郷 หมู่บ้านมรดกโลกในจังหวัด Gifu กันค่ะ

ฉันได้ยินพี่ตุ้มบอกว่าวันนี้จะมีหิมะตก แต่ดูสภาพอากาศในเมจิมูระแล้วไม่ค่อยมีวี่แววสักเท่าไหร่ แต่พอเริ่มเข้าเขตจังหวัดกิฟุ ฉันก็ได้เห็นแนวเทือกเขาปกคลุมไปด้วยหิมะขาวสวย ทิวทัศน์โดยรอบกลายเป็นสีขาวตัดกับสีดำของต้นไม้ที่ไร้ใบในยามนี้ เส้นทางมีโค้งเพิ่มมากขึ้นเมื่อรถไต่สูงขึ้นตามแนวเขา

shirakawa

สะพานแขวนข้ามไปยังหมู่บ้าน Shirakawa ในวันที่เมืองถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

หมู่บ้าน Shirakawa ได้รับการขึ้นทะเบียบเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ตั้งแต่ปี 1996 บ้านชาวนาในสไตล์ Gassho ซึ่งมีหลังคาจั่วทรงสูงชัน เหมือนดังมือที่พนมเข้าหากัน บ้านมีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจสูงถึง 5 ชั้น แตกต่างจากลักษณะบ้านชาวนาอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น โครงสร้างบ้านแบบ Gassho สร้างขึ้นโดยการใช้การเข้าลิ่มไม้และการผูกมัดโครงหลังคาเข้าไว้ด้วยกัน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่าทึ่ง

หลักการของการสร้างบ้านที่มีความ “ยืดหยุ่น” แบบนี้ ก็เพื่อให้สามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพธรรมชาติและอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูกาล ใน website ของ Shiragawa-go ได้กล่าวเอาไว้ว่า “This Gassho style house suggests not confrontation with nature, and it is a boon from conventional wisdom of older generation.”

gassho
snow is all around  – วัดในหมู่บ้าน Shirakawa

เราได้มีโอกาสเข้าไปชมภายในบ้านแบบ Gassho กันด้วย ก่อนเข้าบ้านก็ต้องถอดรองเท้าแล้วใส่ซูริปป้า (slipper) ให้เรียบร้อย ภายในบ้านกว้างขวาง ชั้นล่างแบ่งเป็นห้องต่างๆ ส่วนชั้นบนจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนาต่างๆ แม้บ้านจะหลังใหญ่แต่บันไดไม้ในบ้านจะเล็กและชัน เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดก็จะเห็นลักษณะการผูกมัดคานและโครงหลังคาเข้าด้วยกัน

tie the knot

ผูก ผูก มัด มัด

เนื่องจากวัสดุมุงหลังคาที่ใช้เป็นฟาง จึงมีอายุการใช้งานที่จำกัด เมื่อถึงเวลาจึงมีการลงมือร่วมแรงกันในหมู่บ้าน (เรียกการลงแขกว่า “Yui”) เพื่อมุงหลังคาใหม่ โดยผู้ชายในหมู่บ้านก็จะมาช่วยกันจนงานช้างเสร็จลงได้ เป็นตัวอย่างของการร่วมมือร่วมใจกันที่ดี นอกจากเรื่องของความร่วมมือในการเปลี่ยนหลังคาแล้ว ในหมู่บ้านยังมีการจัดเวรยามเพื่อป้องกันไฟไหม้ เนื่องจากบ้านที่สร้างด้วยไม้และฟางแบบนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้สูง

ก่อนบอกลาหมู่บ้านชนบทแสนสวย เราก็เดินเล่นชมของที่ระลึกกันสักหน่อย ญี่ปุ่นนี่ต้องยกให้เป็นยอดแห่งการคิดสินค้าดูดเงินนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะไปเที่ยวสถานที่ใด ก็มักจะมีของที่ระลึกกระจุกกระจิก และขนมในแพคเกจสุดน่ารักให้ได้ควักกระเป๋าซื้อกันเสมอ เรียกว่าเป็นต้นแบบของสินค้า OTOP อย่างแท้จริง อย่างที่แถบนี้มีของขึ้นเช่นนมจากเมือง Hida ก็จะเห็นหลายๆ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวางขายอยู่ด้วย ส่วนสาวกของกระจุกกระจิกประเภทที่ห้อยโทรศัพท์ ก็มีให้เลือกทั้ง series ของน้องหนูคิตตี้ หนูน้อยคิวพี ฯลฯ อีกของฝากที่ไม่ควรพลาดคือตุ๊กตาซารุโบโบะ (ซารุโบโบะ แปลตรงตัวว่า baby monkey) ซึ่งถือเป็นเครื่องรางที่นิยมทำกันในแถบจังหวัด Gifu

ท้องฟ้าในตอนนี้เริ่มมืดครึ้มลงแล้วและเริ่มมีหิมะโปรยปรายลงมา คุณลุงชิโนซากิบ่นอุบ เพราะไม่ชอบหิมะ เนื่องจากทำให้ถนนลื่นและขับรถยากขึ้น ถนนหนทางที่ลัดเลาะไปตามภูเขาต้องมีรถกวาดหิมะมาเตรียมพร้อมทำงาน หิมะที่เราเห็นแล้วตื่นเต้นและคิดว่าสวยกลับไม่ได้มีข้อดีเสมอไป หิมะยังคงตกไปตลอดทางจนถึงโรงแรมที่พักของเรา

Advertisements

Entry filed under: ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น, เดินทางท่องเที่ยว. Tags: , , , , , .

Topshop is coming to town! 日本 日本 วันที่ 2

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


มีนาคม 2008
อา พฤ
« ก.พ.   เม.ย. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

หน้า

Blog Stats

  • 160,371 hits

%d bloggers like this: