Archive for มิถุนายน, 2008

かわいい … something cute for your life

ใครบ้างไม่ชอบความน่ารัก

ความน่ารักมีอยู่ทั่วไป ทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้น และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

วันนี้ เรามาสร้างบรรยากาศของความน่ารักกันดีกว่า ฉันรวบรวมเอา design เก๋ไก๋ที่เราสามารถซื้อหามาหรือเก็บสะสมเอาไว้เป็น idea ส่วนตัว แล้วนำออกมาทำเป็นงาน DIY ได้ในยามว่าง ว่าแล้วก็มาดูกันเลยค่ะ

เริ่มจาก design*sponge โดยคุณ Grace Bonney เป็น website ที่รวบรวมเอางานออกแบบแสนน่ารักเอาไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ DIY Project น่ารักไว้ตกแต่งบ้าน ไปจนถึง design guide แนะนำสถานที่เก๋ๆ แถมด้วย podcast ให้เข้าไป load กันได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีการเสนอทุนการศึกษาให้นักเรียนสาขา design (สำหรับชาวอเมริกันและแคนาเดียนเท่านั้น) ไอเดียดีๆ แบบนี้หากผู้ใหญ่ใจดีคนไทยจะเอาอย่างบ้างก็น่ารักดีนะคะ

มาถึงอีก web ที่นำเสนอ idea สวย น่ารัก กระจุกกระจิก ของสินค้า handmade คือ poppytalk web นี้เน้นการเป็นตลาด (marketplace) ซื้อขายของสวยไอเดียเก๋ จากผู้ผลิตรายย่อย แม้ไม่ได้เข้าไปซื้อ แต่เข้าไปชมก็เพลินแล้ว เหมาะกับการ window shopping ค่ะ ฉันรู้จัก web นี้จาก ELLE Decor แล้วเลยแวะเวียนเข้าไปเช็คอยู่บ่อยๆ

Ceramic by Aura Carney

 ผลงาน ceramic ที่ให้ความรู้สึกแบบ nostalgic โดย Aura Carney (จาก poppytalk.blogspot.com)

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงาน print หรือ graphic เก๋ น่ารัก ลองแวะเข้าไปดูผลงานของคุณ Wayne Pate ได้ที่ GoodShapeDesign แทบไม่น่าเชื่อเลยว่างานที่แฝงความน่ารักนี้มาจากฝีมือคุณพ่อลูกสองอย่างคุณ Wayne แถมยังมี blog ให้เข้าไปดู เข้าไปอ่านกันเพลินๆ ด้วย

ไหนๆ พูดถึงตัวศิลปินแล้ว เราข้ามฝั่งมาดูผลงานน่ารักแบบผู้หญิง ผู้หญิง ของนักวาดภาพประกอบอย่างคุณ Mayumi Oono กันบ้าง ฉันได้รู้จักผลงานของเธอจาก web งาน papercraft ของ Canon แต่ก็เคยผ่านตาลายเส้นเรียบง่าย สีสันสดใส แบบญี่ปุ่นๆ อย่างนี้มาบ้าง ผลงานของเธอน่ารัก แถมไอเดียการสร้างสรร เนื้อหาของภาพก็ชวนฝัน สาวๆ ช่างฝันคงจะชอบงานแบบนี้นะคะ

Mayumi O

งานภาพปกหนังสือของคุณ Mayumi Oono

สุดท้าย ขอพูดถึง web โปรดตลอดกาลของฉัน อย่าง web ของคุณป้า Martha Stewart เชื่อแน่ว่าชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันในบรรดาแม่บ้านผู้รักการทำอาหารและงาน craft สำหรับ website ของคุณป้าขวัญใจชาวอเมริกันคนนี้ ได้รวบรวมสารพัดไอเดียทั้งเรื่องการทำอาหาร งานประดิษฐ์ งานแต่งงาน การจัดสวน ฯลฯ เพียบพร้อมไปด้วยสาระน่ารู้กับ presentation แสนน่ารัก แล้วยังสามารถสมัครรับข่าวสารจาก newsletter ที่จะส่งถึง mailbox ทุกวัน

แค่นี้เราก็มีโอกาสเปิดรับความน่ารักเข้ามาสู่ชีวิตกันแล้วค่ะ ง่ายๆ แค่คลิกไปดู web ที่นำมาฝาก

Have a LOVELY weekend!

©*©*©*©*©*©*©

มิถุนายน 28, 2008 at 3:14 am 2 ของความคิดเห็น

Isn’t it good, Norwegian Wood?

ถ้าถามถึงชื่อนักเขียนชาวญี่ปุ่นที่นักอ่านชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ฉันเชื่อว่าชื่อของฮารูกิ มูราคามิ เป็นชื่อหนึ่งที่หลายคนรู้จัก และอาจจะเคยอ่านผลงานของเขามาบ้างแล้ว หนังสือของมูราคามิได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมายรวมทั้งภาษาไทย ซึ่งแทบทุกเล่มของฉบับภาษาไทยแปลโดยคุณนพดล เวชสวัสดิ์ ซึ่งมีสำนวนที่เป็นเอกลักษณ์และเข้าถึงงานเขียนของมูราคามิเป็นอย่างดี

Norwegian Wood เป็นหนังสือของมูราคามิเล่มแรกที่ฉันอ่าน โดยเพื่อนสนิทส่งหนังสือเล่มนี้ให้ยืมต่อ (จากที่ได้หยิบยืมผ่านกันมาหลายต่อหลายมือ) โดยมี comment ของผู้อ่านคนก่อนๆ ฝากกันเอาไว้ในหน้าปกรองที่ยังว่างอยู่ อ่าน comment แล้ว ก็ให้เกิดอาการอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา และแล้วโลกของมูราคามิกับโลกของฉันก็มาพบกัน ณ จุดเริ่มต้นที่ Norwegian Wood

เวลาผ่านไป ฉันเลือกที่จะหยิบผลงานของมูราคามิมาอ่าน ทั้งเรื่องสั้นและนวนิยาย และทุกครั้งมูราคามิพาฉันออกจากโลกความจริงและชีวิตประจำวัน เข้าสู่โลกมหัศจรรย์ จินตนาการ ความรู้สึก ที่ทั้งน่าค้นหา น่าติดตาม แต่บางครั้งก็น่ากลัว เหงา เศร้า เดียวดาย แปลก ประหลาด และผิดเพี้ยน

แล้ววันหนึ่ง ฉันก็นึกอยากจะหยิบ Norwegian Wood หนังสือเล่มแรกของมูราคามิที่ฉันได้อ่านกลับมาอ่านอีกครั้ง เคยรู้สึกบ้างไหมว่าหนังสือเล่มหนึ่ง เมื่ออ่านในโอกาสที่แตกต่างกัน อ่านในช่วงอายุที่ต่างกัน ความรู้สึก ความหมาย ความเข้าใจในเรื่องราวก็ต่างกัน ครั้งนี้ฉันอ่านฉบับแปลภาษาอังกฤษ

ฉันรู้สึกเข้าใจถึง Norwegian Wood ในวันนี้ได้มากกว่าวันก่อน อาจเป็นเพราะประสบการณ์ที่มากขึ้น ความคิดความอ่านที่เปลี่ยนไป หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม บางครั้งความเหงา ความรู้สึกแปลกแยก ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพียงแต่ถ้าระดับความเหงาหรือความรู้สึกแปลกแยกนั้นอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ชีวิตก็ยังคงความสมดุลย์อยู่ได้ หากแต่สำหรับบางคนที่ไม่สามารถยอมรับหรือรับมือกับมันได้ จุดจบก็คงไม่ต่างจากนาโอโกะ และตัวละครบางตัวในเรื่อง

จากคำวิจารณ์ที่ได้อ่านผ่านตาเกี่ยวกับนวนิยายเรื่องนี้ บ้างบอกว่าเป็นเพียงนิยายรักเรื่องหนึ่ง แต่ในความเป็นนิยายรัก มูราคามิก็มีเรื่องให้เราได้คิดตาม และมีความเป็นตัวตน มีโลกแบบมูราคามิให้ได้สัมผัสและรู้สึกได้

ชื่อหนังสือฉบับแปลภาษาไทยของ Norwegian Wood คือ “ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย”

ชื่อ Norwegian Wood พ้องกับชื่อเพลงของ The Beatles ซึ่งเป็นเพลงโปรดของนาโอโกะ ตัวละครในเรื่อง แม้ว่าเนื้อหาของเพลงอาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในหนังสือ Norwegian Wood นัก

ลองหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน แล้วคุณคงได้คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “Isn’t it good, Norwegian Wood?”

มิถุนายน 25, 2008 at 4:11 am 4 ของความคิดเห็น

Help!

ทุกวันนี้มีหลายองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก สตรี ผู้ยากไร้ คนชรา ฯลฯ มากมาย เชื่อว่าหลายโครงการ หลายองค์กรเป็นที่รู้จักกันดี อย่าง UNICEF ที่ช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส

ในองค์กรเอกชนหลายแห่งเองก็มีการให้ความช่วยเหลือในลักษณะต่างๆ แก่ผู้ยากไร้ในประเทศกำลังพัฒนา การช่วยเหลือมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการบริจาคเงินและสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ไปจนถึงการฝึกอาชีพต่างๆ ให้แก่คนเหล่านั้นเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และมีอาชีพที่ยั่งยืนต่อไป

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีโครงการที่น่าสนใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ อย่างเช่น หลายบริษัทยกเลิกการส่งบัตรอวยพรในช่วงเทศกาลปีใหม่และคริสต์มาสโดยนำเงินค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวไปบริจาคแก่องค์กรการกุศลต่างๆ เรียกว่าได้ความสุขใจเป็นการตอบแทน ฉันมองว่าการกระทำเช่นนี้ยังเป็นการช่วยโลกในอีกทางหนึ่ง ไม่ต้องเปลืองทรัพยากร (ในการทำบัตรอวยพร) ประหยัดพลังงาน (ในการส่งบัตรอวยพร) แถมยังเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่คนอื่นๆ (บริจาคเงินให้การกุศล) อีกด้วย

สำหรับคนที่ยังอยากจะส่งบัตรอวยพร ก็สามารถเลือกบัตรอวยพรจากหลายหน่วยงานที่ทำบัตรอวยพรขึ้นเพื่อนำเงินรายได้ไปช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น บัตรอวยพรของ UNICEF บัตรอวยพรของมูลนิธิเพื่อนช้าง เป็นต้น

โครงการดีๆ ยังมีอีกมาก และ COMO Foundation ก็เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่สนใจการให้ความช่วยเหลือแก่องค์การการกุศลที่ทำงานเพื่อเด็กและสตรีในประเทศกำลังพัฒนา

มาทำความรู้กับ COMO Foundation กันสักนิด

– COMO Foundation เป็นองค์กรการกุศลซึ่งมีเจ้าของเดียวกันกับ COMO Hotels & Resorts ของ Mrs Christina Ong ซึ่งเป็นชาวสิงคโปร์ นอกจากนี้ Mrs Ong ยังเป็นเจ้าของ Club21 บริษัทแฟชั่นชื่อดังซึ่งนำเข้าสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมต่างๆ อาทิ DKNY, Armani, CK, Paul Smith, Balenciaga, Mulberry, Mark Jacobs ฯลฯ

– คำว่า COMO มาจากชื่อย่อของ Mrs Christina Ong และ Ms Melissa Ong ลูกสาว

– โรงแรมและรีสอร์ตในเครือของ COMO เน้นความเป็นธรรมชาติ และสไตล์ร่วมสมัย (Contemporary) ปัจจุบันมี properties ในเครือรวมทั้งสิ้น 8 แห่ง ได้แก่ The Halkin (London), The Metropolitan London, The Metropolitan Bangkok, Uma Ubud (Bali), Uma Paro (Bhutan), Parray Cay (Turks and Caicos, the Caribbeans), Cocoa Island (The Maldives) และ COMO Shambhala Estate (Bali) ลองคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.como.bz

– COMO Foundation เน้นการให้การสนับสนุนช่วยเหลือเด็กและสตรี โดยมีองค์กรที่ทาง COMO Foundation สนับสนุนในหลายประเทศ อาทิ จีน เวียดนาม อินเดีย เนปาล ไทย บราซิล กัวเตมาลา เป็นต้น การช่วยเหลือมีทั้งด้านการฝึกอาชีพ และการให้ความช่วยเหลือทางด้านสุขอนามัย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.como.bz/foundation/

– โครงการดีๆ ล่าสุดของ COMO Foundation คือการให้พนักงานในเครือ COMO ทั้งหมด สมัครเป็นตัวแทน (ambassador) เพื่อไปดูงานขององค์กรการกุศลต่างๆ ในประเทศที่ทาง COMO Foundation ให้การสนับสนุน ได้แก่ จีน เวียดนาม บราซิล กัวเตมาลา เนปาล และอินเดีย โดยเป็นลักษณะฑูตของโครงการ เพื่อเรียนรู้ถึงความแตกต่าง วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากสภาพแวดล้อมการทำงาน (ในโรงแรมและรีสอร์ตระดับ 5 ดาว) กับสภาพความเป็นอยู่จริงๆ

นี่ก็เป็นหนึ่งตัวอย่างของการช่วยเหลือสังคม สำหรับพวกเรา การช่วยเหลือที่ให้ได้อาจจะไม่ได้มากเท่ากับเอกชนหรือองค์กรใหญ่ แต่แค่ความตั้งใจและความเสียสละเล็กน้อย เราก็อาจช่วยให้ใครอีกคนมีรอยยิ้มขึ้นมาได้ :-) 

มิถุนายน 14, 2008 at 4:22 am ใส่ความเห็น

TOPSHOP is in town!

กลับมา update สั้นๆ เอาใจเหล่า fashionista ทั้งหลาย

ร้าน Topshop และ Topman ที่หลายท่านรอคอย บัดนี้ได้เปิดตัวขึ้นแล้ว ที่ชั้น 1 Central World Plaza เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา นับเป็น Topshop และ Topman สาขาแรกของประเทศไทย

สาวๆ หนุ่มๆ นักช้อปคงจะได้เพลิดเพลินกับแบรนด์สตรีทแฟชั่นชื่อดังจากเมืองอังกฤษกันนะคะ แต่แอบกระซิบนิดนึงว่าราคาแพงใช้ได้เลยทีเดียว

มิถุนายน 5, 2008 at 3:21 pm 1 ความเห็น

บ่ายวันอาทิตย์กับต้มยำปลาดิบ

 

ต้มยำปลาดิบ

ก่อนที่นิทรรศการศิลปะดีๆ อย่าง “ต้มยำปลาดิบ” ที่หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน จะจบลงในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ฉันก็หาโอกาสแวะไปดูงานนี้ด้วยคน

สิ่งที่ดึงดูดใจของคนชอบงานศิลปะ (แต่มีความรู้ศิลปะน้อยนิด) อย่างฉัน ก็คือภาพวาดฝีมือพ่อโยชิโมโตะ นาระ ที่เคยเขียนถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ ภาพวาดลายเส้นไม่สลับซับซ้อนราวกับภาพการ์ตูนอนิเมชั่น แต่แฝงด้วยแววตาร้ายลึก แถมด้วยเขี้ยวน้อยๆ ของภาพ Night Watch ที่ใช้เป็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์จึงกระตุ้นต่อมความอยากดูของฉันได้เป็นอย่างดี

หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สันอยู่ใกล้แหล่งศูนย์การค้ากลางเมืองอย่างสยามสแควร์และมาบุญครอง แต่จะมีวัยรุ่นสักกี่คนที่เดินมาที่นี่เพื่อดูงานศิลปะดีๆ ฉันแอบคิด

งานนี้มีงานศิลปะหลายสื่อ จากหลายศิลปินให้เลือกเสพทั้งแบบที่เป็นเกมส์ ภาพวาด ภาพถ่าย ผ้าทอ รวมไปถึงงาน audio visual แถมยังมีกิจกรรมน่ารักให้ได้ลงมือวาดภาพ “คนที่เราชอบ” ร่วมไปกับผลงาน ‘Everyone likes someone as you like someone’ ของ Tsuyoshi Ozawa ที่ให้เราได้ลงไม้ลงมือแสดงความสามารถทางศิลปะ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมโลกคนอื่นๆ ที่จะได้รับผลงานของเราไป ส่วนนี้แนะนำให้พาลูกจูงหลานมาร่วมกิจกรรมกันได้

ส่วนงาน มัดหมี่กิโมโน ซึ่งนำผ้าที่ทอในแบบของผ้ามัดหมี่แต่มีลวดลายแบบญี่ปุ่น มาทำเป็นชุดกิโมโน ก็เป็นงานชิ้นที่น่าสนใจทีเดียว ทำให้นึกไปถึงชื่อนิทรรศการที่ว่าสองวัฒนธรรมก็อยู่ร่วมกันได้ การที่ต้มยำกับปลาดิบมาจับคู่กันอาจดูแปลก แต่ก็เป็นการสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา เป็นการเชื่อมโลกเข้าไว้ด้วยกัน เป็นการยอมรับซึ่งความแตกต่าง และอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก

วันนี้ ฉันเดินออกจากงานนิทรรศการพร้อมกับความอิ่มใจเล็กๆ ที่ได้จากงานแสดงศิลปะที่น่ารักงานนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ‘ต้มยำปลาดิบ’ โปรดคลิกไปที่ http://www.jimthompsonhouse.com/thai/events/Tomyam-Pladib.asp

จนกว่าจะพบกันใหม่ mata aimachou!

มิถุนายน 2, 2008 at 9:16 am ใส่ความเห็น


มิถุนายน 2008
อา พฤ
« พ.ค.   ก.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930  

หน้า

Blog Stats

  • 159,530 hits