หนาวนี้ที่ซัปโปโร ตอนที่ 7

แม้จะหลงทางไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อช่วงเช้า เราก็ยังคงแก้อาการหลงทิศกันไม่ได้ จนแล้วจนรอดเลยต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปที่ Omotesandou แม้ว่าจริงๆ แล้วห่างกันแค่ 1 สถานี ถ้าเดินเอาคงใกล้กว่าเดินไปขึ้นรถไฟเป็นไหนๆ
อาหารกลางวันมื้อนี้ เราไปกันที่ศูนย์อาหารสไตล์บิสโทร ที่รวมร้านอาหารเก๋ๆ เอาไว้หลายร้าน สั่งอาหารเสร็จปุ๊บ เค้าก็ยื่นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งให้ ขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจไป จงรับอุปกรณ์นั้นมาแล้วกลับไปนั่งรอที่โต๊ะตามสบาย เมื่ออาหารที่สั่งพร้อมเครื่องนี้จะสั่นค่ะ แล้วเราค่อยเดินกลับไปรับอาหารที่ร้านนั้นๆ ไม่ต้องไปยืนคอยให้เมื่อย

ดูคร่าวๆ ศูนย์นี้น่าจะมีร้านรวมๆ ประมาณ 8 ร้านได้ มีทั้งร้านเบเกอรี่ ร้านพาสต้า ร้านอาหารเวียดนาม ร้านโดนัท ฯลฯ ซึ่งน่ากินไปเสียทั้งหมด อ่านเจอเกี่ยวกับศูนย์อาหารนี้จากหนังสือ โตเกียว กิน กิน ของคุณจินนี่ สาระโกเศศ เลยขอลองสักหน่อย ได้ยินว่าที่นี่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ค่ะ (มิน่าล่ะ ลูกค้าแทบทุกโต๊ะ เป็นพวกสาวๆ วัยทำงานทั้งนั้น)

pasta with crab meat

pasta lunch + peach tea

อาหารมื้อนี้ของฉันเป็นพาสต้าซอสปู อร่อยพอใช้ได้ กับชาพีชหอมชื่นใจ อิ่มเรียบร้อยก็บังเอิญเดินผ่านร้านโดนัท หน้าตาน่ากินมากๆ และราคาแพงใช้ได้ (ชิ้นละร้อยกว่าบาท) ด้วยความอยากชิมเลยต้องยอมควักกระเป๋าซื้อเอามาแบ่งกันชิมซะหนึ่งชิ้น เป็นโดนัทสตรอเบอรี่หวานหอม สอดไส้ครีมซะด้วย เสียที่ว่าออกจะหวานไปซะหน่อย ต้องทานแกล้มน้ำชาถึงจะดี

ก่อนที่จะกลายเป็นทัวร์กินไปเสีย เรารีบรุดไปยังจุดหมายในบ่ายวันนี้ นั่นก็คือย่าน Omotesandou และ Aoyama อันแสนเลิศวิไล เป็นแหล่งรวมร้านค้าแบรนด์เนมทั้งหลายแหล่ เรียกว่าเป็นย่านสุดฮิปย่านหนึ่งเลยทีเดียว จุดหมายหลักๆ ของเราคือร้าน Comme des Garçon ชมตึก Prada และไป Ometesandou Hills

tod's

some like it Tod’s

lv

LV trunks of treasure

แบรนด์ดังน้อยใหญ่พากันแห่แหนมาเปิดร้านกันในย่าน Omotesandou และ Aoyama ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Chanel, Prada, Tod’s, Issey Miyake ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของบรรดาสาวนักช้อปกระเป๋าหนัก ส่วนผู้ที่ชื่นชอบในงานสถาปัตยกรรมก็ยังมาเดินเล่นชมตึกกันได้ เพราะแต่ละแบรนด์ต่างจูงมือนักออกแบบชื่อดังมาสร้างสรรค์ตึกสวยๆ แข่งกัน ไม่แพ้สินค้าที่ขายอยู่ในร้าน 

b&b

black & blue

ถนน Omotesandou เองก็มีสเน่ห์ไม่แพ้บรรดาร้านรวงของเหล่าดีไซเนอร์ ในวันฟ้าแจ่มๆ อากาศดีๆ แบบนี้ กิ่งก้านสีเข้มไร้ใบของต้น Zelkova ในช่วงฤดูหนาวตัดกันฉับกับสีฟ้าสดของท้องฟ้า ผู้คนแต่งตัวทันสมัยไปเดินผ่านไปมาคึกคัก ส่วนเราก็มุ่งหน้าไปยัง Omotesandou Hills ซึ่งรวมร้านค้าแสนทันสมัยอยู่ในตัวอาคารที่มองด้านนอกก็ออกจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่พอก้าวเข้าไปภายในแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องตะลึงกับผลงานออกแบบของท่าน Tadao Ando ชิ้นนี้ ทางเดินที่ลาดเทราวกับเรากำลังเดินอยู่เป็นเนินเขา ประกอบกับแสง สี และเสียง special effect ที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ นับเป็นอีกอาคารที่มีความน่าสนใจ

uphill

up hill

 

อ่อ โปรแกรมชิมของเรายังไม่จบค่ะ ที่ Omotesandou Hills นี้ ยังมีร้านขนมญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Toraya ตั้งอยู่ด้วย แล้วอย่างนี้เราจะพลาดได้ยังไง ร้าน Toraya Café นี้ขายอาหารว่าง ขนม และน้ำชา บรรยากาศเรียบง่ายสบายๆ ตู้ขนมหน้าร้านโชว์ขนมขึ้นชื่ออย่าง Kudzu Jelly เป็นการนำส่วนผสมแบบญี่ปุ่นกับตะวันตกมาผสานเข้าด้วยกันเพื่อรสชาติที่แปลกใหม่ ฉันสั่ง Kudzu Jelly ประดับสตรอเบอรี่ คู่กับชาข้าวเกนไม (Genmai Cha) ขนมเสิร์ฟมาบนถาดไม้เรียบสวย ได้อารมณ์แบบญี่ปุ่นที่เรียบง่าย ส่วนชาเกนไมมาในกาน้ำชาแก้วใบเล็ก เผยให้เห็นใบชาอย่างดีสีเขียวและข้าวญี่ปุ่นคั่วกลิ่นหอม เป็นชาที่หอมอร่อยมากๆ เค้ามีกาน้ำมาให้ด้วยเผื่อน้ำในกาชาหมด ก็สามารถเติมได้ตามชอบใจ นอกจากนี้เค้ามีขนมชิ้นเล็กมาให้ได้ชิม ตอนแรกนึกว่าเป็นชอกโกแลต แต่พอลองชิมคิดว่าน่าจะทำมาจากถั่วแดงบดมีรสขิงประกอบ รสชาติแบบขนมญี่ปุ่นแท้ๆ เข้าใจว่าเป็นขนมแนะนำสำหรับวันวาเลนไทน์ เผื่อใครไม่อยากซื้อชอกโกแลตให้แฟน

 

 

genmai cha

 

玄米茶

 

 

custard

 

sweet

 

 

เดินเล่นในตึก Omotesandou Hills เห็นร้านค้าเก๋ๆ มากมาย ก็แอบรู้สึกดีใจที่แบรนด์ไทยอย่าง Thann ก็มีร้านอยู่ที่นี่ด้วย แรกว่าโกอินเตอร์ แถมยังได้อยู่ในห้างสุดฮิปอีกต่างหาก

 

prada 1

prada 1

 

prada 2

prada (corner)

 

prada 3

 

prada & the tree

 

แล้วก็ถึงเวลาเที่ยวชมตึกสวยๆ ตามที่ตั้งใจไว้ ตึกที่ต้องตาติดใจฉันมากๆ คือตึกของ Prada ในย่าน Aoyama ซึ่งดูเผินๆ เหมือนย่านที่อยู่อาศัย ชวนให้นึกถึงย่านที่อยู่อาศัยในซอยสุขุมวิท แต่ท่ามกลางอาคารหน้าตาธรรมดาๆ ก็มีตึกแก้วโผล่ขึ้นมาให้ได้ตะลึงกับความสวยงามและแตกต่าง ตึกนี้เป็นผลงานออกแบบของ Herzog & de Meuron สองสถาปนิกดูโอที่เจ้าของรางวัล Pritzker Prize แผ่นกระจกนูนรูปข้าวหลามตัดแผ่นแล้วแผ่นเล่าต่อประสานกันออกมาเป็นอาคารกระจกหลังงามที่เรียบหรูสมกับแบรนด์พราด้า

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในดีไซน์เนอร์ Avant-garde อย่างคุณป้า Rei Kawakubo ย่อมต้องไม่พลาด flagship ของ Comme des Garçon ดีไซน์ชาวญี่ปุ่นผู้สร้างชื่อเสียงโด่งดังในฝรั่งเศสด้วยแนวทางการออกแบบที่ล้ำสมัย เป็นตัวของตัวเอง หลายคนคงผ่านตามาบ้างกับเสื้อโปโลพร้อมโลโก้หัวใจมีตาของ Comme Play (หนึ่งในแบรนด์ย่อยของ Comme des Garçon) ร้าน flagship นี้แสดงออกถึงความเป็น CDG ได้เป็นอย่างดี ผนังสีขาวสลับซับซ้อนแบ่งร้านออกเป็นส่วนย่อยๆ ราวกับเขาวงกต ยิ่งเดินลึกเข้าไปเราก็พบ collection สุดพิศวง พนักงานแต่งกายราวกับหลุดออกมาจากแคตวอร์ค เรียกว่าถึงไม่ได้ตั้งใจมาซื้ออะไร ก็น่าจะแวะไปชมอยู่ไม่น้อย

 cdg

 

flagship of CDG

 

เดินไป Aoyama แล้วก็ย้อนกลับมาทาง Omotesandou เพื่อแวะร้าน Paul Smith Jeans ร้านย่อยของแบรนด์อังกฤษสุดเก๋ ที่รวบรวมเสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์ผู้ดีแต่แฝงอารมณ์กวนๆ เอาไว้ ผ่านร้าน Tod’s ฝีมือคุณ Toyo Ito และ Louis Vuitton ที่ได้แรงบันดาลใจจากกระเป๋าเดินทาง (trunk) ของ LV ที่วางเรียงซ้อนกัน ผลงานของ Jun Aoki ใครชอบเรื่องงานสถาปัตยกรรมขอแนะนำให้ไปหา เจแปน สเปคตีบของคุณลมบกมาอ่านกันได้ เป็นหนังสือเกียวกับญี่ปุ่นในมุมมองของสถาปนิกที่อ่านสนุกมากเล่มหนึ่ง ลองแวะไปดูที่ blog ได้ค่ะ (ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่ประการใด)

 

ก่อนที่เพื่อนร่วมทางจะงอแงว่าทำไมไปแต่ที่ที่ฉันชอบ เลยขอพาไปบุกเมืองของเล่นกุ๊กกิ๊กอย่าง Kiddy Land กันเลยดีกว่า เรียกว่าสนุกได้ทั้งคู่เพราะมีทั้งของน่ารักๆ สารพัน และของเล่น เดินยังไม่ทันเข้าไปถึงในร้านก็จะได้ยินเสียงสาวน้อยสาวใหญ่ ร้อง “Kawaii!” กันเป็นระยะ แหม…ก็ของเค้าน่ารักจริง ทั้งเจ้าหมี Relakkuma คุณเหมียว Kitty คุณมูมิน ฯลฯ ราวกับหลงเข้าไปในดินแดนแห่งความน่ารัก!

 

แม้จะยังไม่อยากจะไปจากร้าน Kiddyland แต่เราก็ต้องไปกันต่อ เพื่อให้ทันเวลาที่จองโต๊ะเอาไว้ที่ร้าน Fonda  De La Madugrada เราเลยถือโอกาสฉลองวาเลนไทน์ในสไตล์เม็กซิกันค่ะ

  

ร้านนี้ไม่ได้ออกแนวโรแมนติกสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นร้านที่มีบรรยากาศคึกคักสนุกสนาน เหมาะแก่การมากันเป็นหมู่คณะ เราลงบันไดไปยังชั้นใต้ดินแล้วพบอีกบรรยากาศที่ราวกับว่าเราได้ก้าวเข้าไปในเม็กซิโก ^_^ ด้วยการตกแต่งในแบบเม็กซิกันที่มีสีสันสดใส

นั่งได้สักพักก็มีนักดนตรีมาเล่นเพลงตามโต๊ะตามคำขอ เรียกว่าขอเพลงไหนเล่นให้ได้ทันที สร้างบรรยากาศครึกครึ้นสนุกสนาน หลายคนยังลุกขึ้นมาเต้นด้วย เสียดายที่เรามากันสองคนเลยไม่เฮฮาเท่าโต๊ะอื่น แถมตอนที่นักร้องมาถามว่าจะขอเพลงอะไรดี เราก็เกิดอาการอึ้ง เอ่อ หนูไม่รู้จักชื่อเพลงเม็กซิกันเลยนี่สิ ไปๆ มาๆ เค้าพูดถึงชื่อ Quizas Quizas Quizas ขึ้นมาฉันก็เลยร้องอ๋อ เพลงนี้หนูรู้จักค่ะ (เพิ่งดู In the Mood for Love มา) เลยได้ฟัง Quizas สมใจ แถมได้ซื้อ CD ของเหล่านักร้องมาเป็นที่ระลึกเสีย 1 แผ่น

 

 

เหนื่อยมาทั้งวัน ก็ถึงเวลาบอก Oyasuminasai สำหรับคืนที่สองในโตเกียวค่ะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s