Archive for กันยายน, 2009

London Trip A to Z ตอนที่ 3

C for Cath Kidston

Cath Kidston

รู้จัก Cath Kidston ครั้งแรกเมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ที่เบอร์มิงแฮม และหลงรักในความน่ารักกุ๊กกิ๊กของลวดลายผ้าหวานๆ ของเธอ แต่สมัยเรียนรู้สึกว่าสารพัดสินค้าน่ารักน่าใช้ของ Cath นั้นออกจะไม่ค่อยเหมาะกับกระเป๋าสตางค์ตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะราคาแพงระยับ ถ้าเทียบกับสินค้าทั่วๆ ไป

เวลาผ่านไป ใครๆ ก็รู้จัก Cath Kidston กันมากขึ้น ได้ยินว่าเป็นที่นิยมในหมู่สาวญี่ปุ่นอย่างมาก ถึงขนาดข้ามประเทศจากอังกฤษไปเปิดสาขากันที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว แถมคุณ Cath เธอยังไปร่วมมือกับแบรนด์ดังโน้นนิดนี้หน่อย พลอยให้สาวๆ น้อยใหญ่ได้ติดตามซื้อกัน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์โนเกียรุ่น Cath Kidston ที่มาพร้อมกับลายดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๋ม เท่านั้นยังไม่พอ คุณแคทเธอยังขอไปร่วมมือกับวิทยุรุ่นเก๋าอย่าง Roberts Radio ทำรุ่นลิมิเตดออกมายั่วใจนักช้อปกันอีก

ส่วนผลิตภัณฑ์ยอดนิยมเห็นจะหนีไม่พ้นกระเป๋าผ้าเคลือบพลาสติก (oil cloth) ลวดลายน่ารัก ในสารพัดรูปทรง ไม่ว่าจะเป็นถุงใส่หนังสือ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเดินทาง จนถึงกระเป๋าคุณแม่สำหรับใส่อุปกรณ์ขวดนมของคุณลูก การเดินเข้าไปในร้านของคุณแคทนั้นเหมือนกับการเที่ยวชมสวนดอกไม้ยังไงยังงั้น รับรองว่า สาวหวานกุ๊กกิ๊กจะได้ควักกระเป๋าจ่ายสตางค์ซื้อผลิตภัณฑ์น่ารักๆ กลับบ้านเป็นแน่

ร้าน Cath Kidston มีหลายสาขาในลอนดอน แต่ร้านที่เราไปเยี่ยมเยือนมาอยู่ที่ Notting Hill และ Covent Garden ส่วนร้าน outlet ที่ Bicester Outlet Village ก็มีสินค้าหลายชิ้นให้เลือกในราคาลดลงกว่าปกตินิดหน่อย

กันยายน 30, 2009 at 11:28 am 7 ของความคิดเห็น

London Trip A to Z ตอนที่ 2

B for Bankside House

LSE Bankside House

ที่นี่เป็นที่พักของเราตลอดระยะเวลา 4 คืน LSE Bankside House นี้เป็นหนึ่งในหอพักของนักศึกษา London School of Economics ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพักได้ (โดยเสียสตางค์) ในช่วงปิดเทอม ปัจจัยหลักของการเลือกพักที่นี่มีอยู่สองข้อ หนึ่งคือราคาประหยัด และสองคืออยู่ใกล้เทตโมเดิร์น
มาพูดเรื่องราคาประหยัดกันก่อน ที่นี่เค้าคิดค่าเข้าพักเป็นห้องเริ่มที่ห้องเดี่ยวคืนละตั้งแต่ 38.40 ปอนด์ขึ้นไป (ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่จะมีอ่างล้างหน้าให้) ส่วนห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัว ห้องพักคู่ ห้องทริปเปิ้ล และห้องสำหรับ 4 คน จะราคาสูงขึ้นตามลำดับ เหมาะสำหรับใครที่อยากประหยัดสตางค์แต่ได้พักในโลเคชั่นดีๆ
ข้อดีของการพักที่นี่คือจะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องพักแบบบ้านพักเยาวชนซึ่งมักเป็นห้องนอนรวมหลายคน และต้องแชร์ห้องน้ำ หากเข้าพักในช่วงเลทซัมเมอร์อย่างเราสองคน อาจได้ราคาโปรโมชั่นพิเศษเหลือคนละราว 25 ปอนด์ต่อคืน ยังไงต้องเข้าไปตรวจสอบราคากันอีกทีค่ะ ถ้าใครอยากได้ที่พักพร้อมอาหารเช้าก็อาจจะต้องเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย (ประมาณคนละ 5 ปอนด์) แต่ถ้าไม่เน้นการกินอาหารเช้าฟูลเบรคฟาร์ส ก็แวะซื้อขนมปังมาทานจะช่วยประหยัดได้มากกว่า
แต่ใครที่ชอบความสบายอาจต้องทำใจสักนิด เพราะเค้าจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบเบสิกเท่านั้น ในห้องนอนจะมีโต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ตู้อาบน้ำ กาน้ำร้อนพร้อมชาและกาแฟ ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น ถ้าใครอยากดูทีวีต้องลงไปที่ห้องคอมมอนรูมด้านล่าง สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่มีให้บริการ ได้แก่ ห้องซักรีด ห้องอาหาร บาร์ ตู้กดน้ำอัดลม อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์สาธารณะ อารมณ์ประมาณหอพักนักศึกษาทั่วไป แถมพนักงานที่นี่บางทีอาจคิดว่าเราเป็นนักศึกษามากกว่าแขกที่มาพัก เพราะพวกเขาและเธอออกจะดุเล็กน้อย และบางครั้งหน้าตาอาจจะไม่ค่อบรับแขก
มาถึงข้อดีข้อสองกันบ้าง ที่ว่าอยู่ใกล้เทต โมเดิร์น (Tate Modern) แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยชั้นเยี่ยม ที่เปิดให้เข้าชมฟรี ที่นี่เป็นแกลเลอรีโปรดของฉันแห่งหนึ่ง ด้วยสเปซที่กว้างขวาง เหมาะแก่การแสดงงานศิลปะจัดวาง (Installation) และมักมีงานศิลปะที่น่าสนใจให้ได้เลือกเสพกันอยู่เสมอ นอกจากจะใกล้เทตโมเดิร์นแค่เดิน 2 นาทีแล้ว ยังใกล้โรงละครเชคสเปียร์โกลบอีกด้วย หากเดินข้ามสะพานมิลเลนเนียมบริดจ์ (Millennium Bridge) จากเซาต์แบงก์ไปยังฝั่งลอนดอนก็จะเจอโดมใหญ่ของมหาวิหารเซนต์พอลที่สวยงาม
ระหว่างพักอยู่ที่ LSE Bankside House เราสองคนพี่น้องเดินข้ามสะพานมิลเลนเนียมบริดจ์กันเป็นว่าเล่น หากมุ่งหน้าไปยังเซนต์พอลแล้วมองจากสะพานไปทางฝั่งซ้ายจะเห็นทาวเวอร์บริดจ์อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของลอนดอนอยู่ลิบๆ ในยามกลางคืนที่ผู้คนบางตา การเดินชมวิวสองฝั่งแม่น้ำเทมส์แบบเงียบๆ ไร้ผู้คนพลุกพล่าน ไม่มีเสียงอึกทึกจอแจประกอบน่ะเป็นความรู้สึกที่แปลกแต่ดี
ไม่ไกลจาก Bankside House มากนัก ก็มีสถานีรถไฟใต้ดิน (หรือที่ลอนดอนเนอร์เรียกสั้นๆ ว่าทู้ป tube) อยู่ด้วยกัน 3 แห่ง ได้แก่ London Bridge, Blackfriars และ St Paul ใกล้กับสถานีลอนดอนบริดจ์ ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง London Bridge Experience เล่าเรื่องราวสยองๆ ของลอนดอนในสมัยโบราณที่เกี่ยวข้องกับสะพานเก่าแก่แห่งลอนดอน กระเถิบมาอีกนิดมีลอนดอนดันเจียน (London Dungeon) สำหรับวัยรุ่นทั้งหลายที่จิตไม่อ่อนอย่างฉัน เพราะภายในบรรจุไปด้วยเรื่องสยองขวัญสั่นประสาท ทำนองบ้านผีสิง แต่ถ้าใครชอบปรุงอาหารหรือเป็นคนช่างชิม (ที่ฝรั่งเค้าเรียกกันว่าพวก foodies) ก็มีตลาด Borough Market อยู่ไม่ไกล
เอ เขียนซะยาวเชียว เอาไว้ติดตามตัว C กันต่อนะคะ

กันยายน 29, 2009 at 11:16 am ใส่ความเห็น

London trip A to Z ตอนที่ 1

เที่ยวอีกแล้วค่ะ

คราวนี้มีโอกาสได้กลับไปเยือนประเทศอังกฤษ หลังจากห่างหายกันไปราว 6 ปี คิดถึงกันอยู่เรื่อยๆ จนวันหนึ่งคุณน้องสาวเลือกจะไปเรียนประเทศนี้ ฉันเลยเปรมปรีด์ได้กลับไปเที่ยวอีกครั้ง

จากที่ครั้งก่อนๆ เล่าเรื่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในแต่ละวัน คราวนี้ขอทำเก๋ตามแบบที่พวกนิตยสารนิยมทำกัน ออกมาเป็น London Trip A to Z ให้ได้อ่านกันเพลินๆ ค่ะ ว่าแล้วมาออกเดินทางไปพร้อมๆ กันเลย

anne boleyn time mag

A for Ann Boleyn เริ่มต้นก็ขอย้อนประวัติศาสตร์กันสักนิดค่ะ เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อแอน โบลีนกันมาบ้าง แต่ใครที่ยังไม่รู้จักก็ขอบอกว่าเธอเคยเป็นหนึ่งในราชินีของอังกฤษในสมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 หมายความว่าพระเจ้าเฮนรี่ผู้นี้เธอมีภรรยาหลายคนค่ะ แอนเป็นภรรยาคนที่ 2 และว่ากันว่าพระเจ้าเฮนรี่หลงใหลเธอเอามากๆ ขนาดที่ต้องการหย่าจากแคเทอรีนออฟอารากอนเพื่อมาแต่งงานใหม่ แน่นอนว่าการหย่านำมาสู่การตัดขาดจากศาสนจักรที่โรม เกิดเป็นนิกาย Church of England หรือ Anglican Church ขึ้น

ใครที่เคยดูหนังเรื่อง The Other Boleyn Girl ที่สาวนาตาลี พอร์ตแมนแสดงคงจะพอนึกภาพตามออก อนิจจาความรักหลงใหล ก็มีวันร้างราไปได้ น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถมีทายาทเป็นโอรสให้แก่เฮนรี่ได้ ภายหลังเธอถูกประหารที่หอคอยลอนดอนโทษฐานเป็นกบฏและเป็นชู้กับน้องชายตัวเอง (อันนี้จริงหรือไม่ ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้) ว่ากันว่าเพชรฆาตผู้จัดการบั่นคอของเธอ เป็นนักดาบฝีมือดีที่เดินทางมาจากฝรั่งเศสเลยทีเดียว

แอน โบลีนเป็นที่รู้จักในฐานะของแม่ของราชินีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษพระองค์หนึ่ง นั่นก็คือพระราชินีอลิซาเบ็ธที่ 1 นั่นเอง

กันยายน 24, 2009 at 10:07 am 2 ของความคิดเห็น


กันยายน 2009
อา พฤ
« ก.ค.   ต.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

หน้า

Blog Stats

  • 159,530 hits