ชวนครอบครัวไปเที่ยวเกาะ – เที่ยวย้อนยุค ตอนแรก

แหม ใครๆ ก็นิยมเที่ยวสไตล์ย้อนยุคกันนะคะ ในยุคที่อะไรๆ ดูจะทันสมัยสะดวกสบายและรวดเร็วไปซะหมด หลายคนกลับหวนระลึกถึงความหลังครั้งเก่า ความสุขแบบเรียบง่ายในอดีต จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่สถานที่ท่องเที่ยวย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำโบราณต่างๆ อาทิ ตลาดอัมพวา ตลาดร้อยปี หรือแม้กระทั่งสถานที่เที่ยวอย่าง เพลินวานกลับมาได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม การันตีได้จากจำนวนผู้คนที่หลั่งไหลไปยังสถานที่เหล่านี้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

การหวนย้อนนึกถึงอดีตไม่เพียงแต่ทำให้เราได้หยุดพักและระลึกถึงความสุขในวัยเด็กเท่านั้น หลายต่อหลายครั้งการท่องเที่ยวสถานที่เก่าแก่ โบราณยังทำให้เราเข้าใจและรู้จักรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้ยิ่งขึ้น

การท่องเที่ยวสถานที่เก่าแก่จึงเป็นเสมือนการนั่งไทม์แมชชีนกลับไปยังยุคสมัยหนึ่งๆ และดื่มด่ำกับความรู้สึก บรรยากาศเก่าๆ ได้อีกทาง

ณ สถานีวิคตอเรีย ก่อนออกเดินทาง

ครั้งนี้ ฉันบรรจุโปรแกรมท่องเที่ยวย้อนยุคเอาไว้ในทริปแสนสั้นของเราด้วยค่ะ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง เราจึงตัดสินใจซื้อทัวร์แบบหนึ่งวันไปเที่ยวนอกลอนดอนกัน และเพื่อให้สมกับการย้อนยุคเที่ยว ฉันจึงขอพาย้อนกลับไปในสมัยยุคหินโน่นเลย

หลังจากจัดแจงเปรียบเทียบเวลา และราคาแล้ว ฉันก็ตกลงใจเลือกใช้บริการของ Golden Tour ค่ะ โดยสามารถจองผ่านทาง Internet ได้เลย และราคาทัวร์ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นซึ่งมีโปรแกรมคล้ายกัน 

จุดที่เราแวะเที่ยวใหญ่ๆ ก็จะมีวงหินโบราณที่เรารู้จักกันดีในนามสโตนเฮนจ์ มหาวิหาร Salisbury ซึ่งเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ฉบับหนึ่ง นั่นก็คือกฏบัตร Magna Carta ที่สมบูรณ์ที่สุดในบรรดาเอกสารที่ยังหลงเหลือจนปัจจุบัน และปิดท้ายที่เมืองสวยในใจฉันตลอดกาลอย่างบาธ (Bath)

ในตอนเช้า ทางทัวร์จะมีรถมารับเราจากจุดต่างๆ ในลอนดอน ซึ่งจุดที่ใกล้ที่สุดของเราคือโรงแรม Kensington Close ย่าน High Street Kensington ขึ้นรถเสร็จสรรพ ก็จะมีการแวะรับนักท่องเที่ยวตามจุดอื่นๆ และมาส่งรวมกันที่สำนักงานของเค้าที่สถานีรถโค้ช Victoria Coach Station

วันอาทิตย์อย่างนี้มีคนจองทัวร์ไปเที่ยวกันเยอะทีเดียวค่ะ และเพื่อความสะดวก เค้าจะแบ่งนักท่องเที่ยวออกตามแต่ละทัวร์ โดยให้เข้าแถวตามป้ายทัวร์ที่เราซื้อมา (ให้อารมณ์แบบโรงเรียนเล็กน้อย) เสร็จสรรพก็ได้เวลาขึ้นรถและออกเดินทาง

การจราจรในเช้าวันอาทิตย์ของลอนดอนไม่ติดขัดค่ะ ระหว่างทางคุณไกด์โทบี้ ก็แนะนำสถานที่ต่างๆ ที่รถเราผ่านไปด้วย (แหม นึกว่าแถมทัวร์ลอนดอน) ฟังไปก็เพลินดีแถมสำเนียงหนุ่มอังกฤษนี่ฟังรื่นหูดีจัง ^ ^

ขณะรถกำลังวิ่งผ่านตึกออฟฟิศรูปทรงแปลกตาแห่งหนึ่ง คุณโทบี้เล่าว่าที่นี่ชื่อว่า The Ark คงคุ้นชื่อกับเรือของโนอาห์ (Noah’s Ark) เรือลำยักษ์ที่จะพามนุษย์และสัตว์ผ่านพ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลกใช่ไหมคะ แต่ปัญหาของอาคารนี้น้ำท่วม! ซึ่งเข้าใจว่ามาจากระบบท่อที่ทำไม่ดี ทำให้ตึกนี้แทบจะไม่มีผู้เช่าเลยทีเดียว

จากลอนดอนไป Stonehenge ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงค่ะ ระหว่างทางก็จะผ่านบ้านเรือน ทุ่งกว้างที่ยามนี้เป็นสีเขียวสดใสรับกับอากาศอบอุ่นสบายๆ ในช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิ

จุดแรกของเราในวันนี้ก็คือวงหินโบราณ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกซึ่งมีชื่อเสียงรู้จักกันไปทั่ว ใช่แล้วค่ะ ฉันกำลังพูดถึง Stonehenge นั่นเอง วงหินเก่าแก่แห่งนี้มีเรื่องเล่าและทฤษฎีต่างๆ มากมายที่พยายามอธิบายที่มาและความสำคัญ แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครที่จะยืนยันได้ 100% ว่า สโตนเฮนจ์มีไว้เพื่อประโยชน์อะไร

สโตนเฮนจ์ในวันอากาศดี

บางตำราว่าที่นี่เป็นสถานที่บูชายัญ เพราะมีหินที่เรียกว่า slaughter stone เป็นส่วนประกอบ บ้างก็ว่าที่นี่มีความสำคัญเกี่ยวกับดาราศาสตร์ การบอกเวลา และฤดูกาล แต่ไม่ว่าจะมีวัตถุประสงค์ในการสร้างอย่างไร การริเริ่มสร้างอนุสาวรีย์หินขนาดใหญ่เช่นนี้ขึ้นมาเมื่อ 3,100 ปีก่อนคริสตกาล (หรือกว่า 5,000 ปีมาแล้ว) นับเป็นเรื่องไม่ธรรมดาทีเดียว

ความเชื่อในเรื่องประโยชน์ใช้สอยอย่างหนึ่งของ Stonehenge ที่ฉันว่ามีเหตุผลสนับสนุนได้น่าเชื่อถือ คือการเป็นเครื่องบ่งบอกฤดูกาล นึกภาพเราย้อนกลับไปในยุคที่ไม่มีเทคโนโลยีใดๆ การรู้ถึงฤดูกาลที่กำลังจะมาเยือนมีส่วนสำคัญกับการดำรงชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ไหนจะเตรียมรับหน้าหนาวเอย อะไรเอย การตรวจสอบตำแหน่งของดวงอาทิตย์จึงเป็นตัวช่วยในการบอกฤดูกาล

นอกจากนี้กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นพวก Neo-druids หรือพวกนอกรีต (Neo-Pagan) ก็ถือว่าการเดินทางมายังสโตนเฮนจ์เปรียบเสมือนการแสวงบุญ หลายต่อหลายคนยังคงเดินทางมาเฉลิมฉลอง Summer Solstice เพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้น ทอดลำแสงผ่านทะลุกรอบของวงกลมหินโบราณในวันที่ยาวนานที่สุดในฤดูร้อนของแต่ละปี…

ก่อนบอกลาสโตนเฮนจ์ในวันฟ้าสวย

Advertisements