Archive for พฤษภาคม, 2011

อีกครั้ง ณ อังกฤษ – ชวนชมชนบท

full fried-up breakfast

ตื่นเช้ามารับอากาศสดชื่น ในวันรุ่งขึ้น เช้านี้เรานัดเบรคฟาร์สกับคุณปีเตอร์ไว้ตอน 9 โมง จึงยังมีเวลาให้เดินเล่นสำรวจเมือง Woodstock เล็กน้อย

ในยามเช้า ถนนหนทางในเมืองเล็กๆ แห่ง Oxfordshire แห่งนี้ ช่างเงียบสงัดราวกับเมืองร้าง! ก็เช้าวันอาทิตย์หนาวๆ อย่างนี้ใครๆ ก็คงอยากนอนอุ่นๆ ใต้ผ้าห่มกันทั้งนั้น มีเพียง 2 ชาวไทยใจกล้าที่ออกมาเดินฝ่าหนาวกันอย่างไม่สะทกสะท้าน

Silent! it’s Sunday morning.

เท่าที่ดู ร้านค้าส่วนใหญ่ที่นี่จะเน้นขายของเก่า (antique) ซึ่งฉันก็ได้แต่วินโดว์ช้อปปิ้งไปเรื่อยๆ ส่วนตึกอื่นๆ ที่เห็นก็จะเป็นโบสถ์ประจำเมือง พิพิทธภัณฑ์ ที่ทำการเทศบาล โรงแรม และ ร้านอาหารขนาดย่อม ซึ่งเท่าที่สังเกตุก็ยังไม่เห็นร้านเชนดังๆ ที่เห็นกันได้ทุก High Street นี่แหละคือสเน่ห์ของเมืองเล็ก

โรงแรม The Bear  ที่ดูจะเป็นโรงแรมหรูและใหญ่ที่สุดในเมือง มีจุดเริ่มต้นมาจากโรงเตี๊ยม (Coaching Inn) ที่ผู้คนนักเดินทางแวะพักกันเมื่อสมัยศตวรรษที่ 13 (นานจัง) ในปลายฤดูหนาวเข้าใบไม้ผลิอย่างนี้ เถาไอวี่ที่เลื้อยปกคลุมกำแพงด้านหน้าของโรงแรมยังคงดูเหี่ยวแห้งอยู่ นึกเสียดายว่าถ้าเป็นฤดูอื่น โรงแรมคงดูสวยใช่เล่น

“snowdrops”

ผ่านหน้าโรงแรมมาก็มี St Mary Magdalene Parish Church โบสถ์ประจำเมืองนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายสมัยศตวรรษที่ 12 นั่นเชียว (นานอีกแล้ว) เราเดินดูรอบๆ บริเวณ และแวะส่วนของหลุมฝังศพ (churchyard) ที่กระจัดกระจายไปด้วยหลุมโบราณ สังเกตุจากหินหลุมศพที่เก่าคร่ำผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนสึกกร่อนไปตามกาลเวลา บรรยากาศเงียบๆ แบบนี้อาจชวนขนลุกได้ แต่ฉันก็ยังเดินสำรวจดอกไม้เล็กๆ ที่เริ่มบานในช่วงเวลานี้

ในเวลาที่ดอกไม้อื่นๆ รอเวลาอากาศอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิเพื่ออวดโฉม ดอกสโนวดร็อป (snowdrop) สีขาวพุ่มเล็กๆ ต่างพากันแบ่งบาน เป็นเหมือนพรมสีขาวปกคลุมพื้นดินแห้งแล้ง ช่วงนี้เริ่มมีดอกแดฟโฟดิลบานบ้างแล้ว ถ้าใครได้ไปอังกฤษช่วงที่ดอกแดฟโฟดิลบานเต็มทุ่งคงจะประทับใจไม่น้อย (ป.ล. ถ้ายังไม่มีโอกาสไปดูของจริง ลองหาบทกลอน “Daffodils” ของ William Wordsworth มาอ่านกันดู)

ดูนาฬิกาอีกที ก็ได้เวลาอาหารเช้าแล้วค่ะ อาหารเช้าวันนี้เป็นฝีมือของคุณปีเตอร์เจ้าของ Woostock’s Own bed & breakfast ที่เราพักกันในคืนแรก เมื่อเห็นอาหารเช้าแล้ว ฉันก็ยอมให้อภัยในห้องพักขนาดเล็กจิ๋วของคุณปีเตอร์แกทันที พี่แกลุกขึ้นมาเตรียมขนมนมเนย โยเกิร์ต ฟรุ๊ตสลัด คอร์นเฟลก ชา กาแฟ สารพัดสารพัน เต็มมุมอาหารเช้า แถมสอบถามเมนูอาหารร้อนที่เราต้องการ ก่อนเดินเข้าครัวไปทอดไข่ ไส้กรอก เบคอน เห็ด แบบจัดหนัก super full English breakfast! และทั้งหมดทั้งปวงนี้สำหรับกรุ๊ป 7 ชาวไทยของฉันเท่านั้น นอกจากอาหารอร่อยๆ แล้ว มุมอาหารเช้าของที่นี่ยังตกแต่งได้น่ารักสุดๆ ด้วยบรรดาของกระจุกกระจิกสไตล์กุ๊กกิ๊กแบบอิงลิชคันทรี (ที่มีไว้ขายในสนนราคาไม่แพง)

fresh, fresh fruit salad

หลังบอกลาจาก Woodstock เราก็ขับรถไปตามถนนชนบทอันแสนสงบ ผ่านบ้านเรือนที่สร้างจากหิน Cotswold สีครีมซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชนบทแถบนี้ ทิวทัศน์ธรรมชาติให้ความสดชื่น เติมเต็มสิ่งที่หาไม่ได้จากชีวิตในเมืองของพวกเรา ไม่แปลกใจเลยว่าที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น Area of Outstanding Natural Beauty หรือ ดินแดนแห่งความงามตามธรรมชาติอันแสนจะโดดเด่น (ชื่อนี้แปลโดยดิฉันเอง)

จุดหมายแรกของเราคือ ฟาร์มช็อปชื่อดัง Daylesford Organic  ที่มีหลายสาขาในย่านเก๋ของลอนดอน แต่สาขาใหญ่ที่ Gloucestershire นี้มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ โรงเรียนสอนทำอาหาร โรงเรียนสอนทำฟาร์ม สปา และที่สำคัญคือฟาร์มที่เป็นแหล่งวัตถุดิบของสินค้าออร์แกนิกทั้งหลาย

organic fresh-from-the-farm bramley apples

เรียกว่าใครที่ชอบอาหาร หรือที่ฝรั่งเค้าเรียกว่าเหล่า foodies มาที่นี่แล้วจะไม่ผิดหวัง เพราะทั้งผัก ผลไม้ ขนม ชีส ฯลฯ ต่างดูน่าชิมไปเสียหมด ในห้องน้ำก็ยังมีน้ำยาล้างมือ และแฮนด์ครีมกลิ่นลาเวนเดอร์แท้ๆ ให้ใช้ได้อีก แหม เพลินกันทั้งครอบครัวทีเดียวค่ะ

กว่าจะพาตัวเองออกจากฟาร์มช้อปกันได้เล่นเอาเหนื่อย แถมฝนก็เริ่มตกลงมาแล้วสิ แต่ไม่ว่าจะยังไงกองทัพเที่ยวก็ยังลุยกันต่อค่ะ โดยมีจุดหมายถัดไปที่เมืองเล็กๆ แต่ชื่อดั๊งดังอย่าง Bourton on the water

เมือง Bourton on the water เป็นเมืองขนาดเล็ก (น่าจะเรียกว่าหมู่บ้านซะมากกว่า) น่ารักแบบชนบทอังกฤษ ผสมกับเมืองท่องเที่ยว ก็แขกไปใครมาแถบนี้มักจะแวะเมืองนี้กันทุกคน ที่นี่จึงมี “สถานที่ท่องเที่ยว” อยู่หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นพิพิทธภัณฑ์รถเก่า โรงงานน้ำหอม หมู่บ้านจำลอง หรือสวนนก หรือจะเลือกจิบชา เดินเล่นริมแม่น้ำ Windrush (ที่ดูเหมือนคลองมากกว่า) เก็บบรรยากาศเพลินๆ ก็ดีไม่น้อย

happy doggies, Bourton on the water

เสียดายที่วันนี้ฝนตกตลอดเวลา แถมช่วงเช้ายังมีแข่งวิ่งในเมืองอีก ทำให้คนเยอะ และเพิ่มความเฉอะแฉะไปกันยกใหญ่ เราจึงเริ่มจากการเข้าไปเดินดูน้ำหอมกันที่โรงงานเล็กๆ กันก่อน ร้านค้าขนาดย่อม มีน้ำหอมที่ผลิตขึ้นในท้องถิ่นให้ซื้อหาเป็นของที่ระลึกในราคาไม่แพง ได้ยินว่าที่นี่เค้ามีคอร์สสอนผสมน้ำหอมอีกด้วย

จุดแวะหลบฝนแห่งที่สองคือพิพิทธภัณฑ์รถโบราณและของเล่น (The Cotswold Motoring Museum) พิพิทธภัณฑ์เอกชนเล็กๆ ที่รวมเอารถโบราณหลากหลายแบบ ป้ายจราจร ป้ายโฆษณาเก่าๆ และของเล่นโบราณไว้ด้วยกัน ทางเข้าต้องผ่านร้านขายของที่ระลึก ทำให้ดูเหมือนจะเป็นพิพิทธภัณฑ์เล็กๆ แต่มีของเยอะมาก ถ้าใครสนใจพวกรถเก่า ของเก่า คงจะเพลินไม่น้อย

ออกจากพิพิทธภัณฑ์ฝนก็หยุดพอดี ฉันจึงได้โอกาสออกเดินเล่นริมแม่น้ำซักหน่อย แม่น้ำไหลเอื่อย มีเป็ดน้อยว่ายน้ำกันสบายใจ และมีสะพานหินเตี้ยๆ ให้ข้ามไปยังอีกฝั่ง สมกับเป็นเมืองน่ารักในจินตนาการ ส่วนใครที่เป็นนักช้อป ก็ข้ามถนนมาเดินเพลินๆ ชมร้านค้าขายขนม ของกระจุกกระจิก ของที่ระลึกได้ไม่รู้เบื่อ

เมืองถัดไปของเราก็สวยไม่แพ้กันค่ะ แต่ก่อนอื่นต้องขอแวะทานอาหารกลางวันกันก่อน เราเลือกร้านอาหารในโรงแรม The Swan โรงแรมขนาดย่อมที่สวยงามและเป็นที่นิยมแห่งเมือง Bibury เมืองสวยแห่งนี้มีอาหารขึ้นชื่อคือปลาเทร้าสดๆ จากฟาร์มที่อยู่อีกฝั่งถนนของโรงแรม รับประกันความสดกันสุดๆ

It’s fresh. No trout about it!

เมือง Bibury ที่สวยสงบแห่งนี้ มักจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ใครที่อยากได้บรรยากาศชนบนเงียบสงบ (แต่อาจจะครึ้มฟ้าครึ้มฝนไปบ้าง) อาจจะแวะมาเที่ยวในช่วงนี้ก็ได้

happy ducks

จุดถ่ายรูปสุดฮิตของเมืองแห่งนี้ คือกระท่อมหินโบราณที่เรียงรายกันเป็นทิวแถว ทาวน์เฮ้าส์กระท่อมหินเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า Arlington Row ค่ะ สร้างขึ้นในปีค.ศ.1380 โดยใช้เป็นที่เก็บขนสัตว์สำหรับนำไปทำผ้าวูล ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 17 มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้เป็นกระท่อมของช่างทอผ้า ว่ากันว่า Henry Ford (ผู้ก่อตั้ง Ford Motor) ยังเคยจะซื้อกระท่อมเหล่านี้ส่งไปไว้ที่อเมริกาโน่นเลยทีเดียว

picturesque Arlington Row

แหม เล่าเรื่องชนบทมาเสียยาว ทำให้อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เย็นสบายแล้วสิคะ :)

พฤษภาคม 27, 2011 at 8:42 am 3 ของความคิดเห็น


พฤษภาคม 2011
อา พฤ
« เม.ย.   มิ.ย. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

หน้า

Blog Stats

  • 160,408 hits