สงกรานต์ สิงคโปร์ (เรือ)สำราญ – วันที่สี่/ห้า/หก/เจ็ด

ตามกำหนดการเรือจะออกจากท่าที่สิงคโปร์เวลา 23.59 น.

ฉันนอนอ่าน Kindle รอเวลาเรือออกในขณะที่ทุกคนนอนหลับกันหมดแล้ว ซึ่งกว่าเรือจะได้ออกจากท่าจริงๆ ก็เป็นเวลากว่าเที่ยงคืนไปแล้ว

ด้วยความที่เป็นเรือขนาดใหญ่และคลื่นลมที่สงบตลอดเส้นทาง ทำให้เราแทบไม่รู้สึกเลยว่ากำลังอยู่บนเรือ

เราเริ่มต้นเช้าวันที่ 4 ของทริปกันแบบสบายๆ มีเวลาให้สำรวจและทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพราะเราจะพักบนเรือกันตั้ง 4 คืนแน่ะ และระหว่างเส้นทางจากสิงคโปร์กลับไปที่แหลมฉบังก็ไม่ได้มีแวะ port ไหนให้ลงไปเที่ยว เรียกได้ว่าอยู่บนเรืออย่างเดียวเลย

อาหารเช้าบนเรือมีให้บริการที่ห้องอาหาร 2 แห่ง แล้วแต่ว่าอยากได้บรรยากาศแบบไหน ถ้าไม่อยากพลุกพล่านมากและสามารถสั่งอาหารแบบ a la carte ได้ก็จะเป็นห้องแบบ sit-down dinner (ห้องเดียวกับที่ทานอาหารเย็น) แต่ถ้าอยากได้แบบ buffet เต็มรูปแบบก็ต้องไปที่ Lido Marketplace ซึ่งเปิดบริการแบบบุฟเฟ่ต์ทุกมื้อ (รวมถึง afternoon snack ด้วย)

IMG_8223
จำลองบรรยากาศแบบเวนิสมาไว้ที่ห้องอาหาร Canal Grande

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือลำนี้ มีทั้งสระว่ายน้ำ (ขนาดค่อนข้างเล็ก 2 สระ) สวนน้ำที่มีสไลเดอร์และมุมน้ำพุสำหรับเด็กเล็ก ห้อง Kid Club ที่มีกิจกรรมสำหรับเด็ก โต๊ะปิงปอง Rope Garden มินิกอล์ฟ สปา ร้านค้าสำหรับขาช้อป โรงละคร/โรงภาพยนตร์ ระเบียงอาบแดด ลู่วิ่ง ฟิตเนส ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม บาร์ คาสิโน ฯลฯ เรียกได้ว่าเหมือนอยู่ในโรงแรมขนาดใหญ่ มีบริการถ่ายรูป (ซึ่งเราสามารถซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกได้ถ้าต้องการ)

IMG_8224
พื้นที่กิจกรรมบนชั้น 11 ของเรือ

แต่ละวันก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ให้เข้าร่วมแตกต่างกันไป เช่น กิจกรรมงานประดิษฐ์ง่ายๆ (ดูแล้วเน้นให้ผู้สูงอายุทำเพลินๆ) กิจกรรมสอนเต้นละติน เกมบิงโก ฯลฯ และทุกคืนก็จะมีการแสดงที่โรงละครสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป (คืนแรกของเรามีฉายภาพยนตร์ คืนที่สองเป็นการแสดงกายกรรม คืนที่สามแสดงมายากล และคืนสุดท้ายฉายภาพยนตร์)

IMG_8225
หมากรุกยักษ์

แน่นอนว่าสถานที่โปรดของเด็กๆ คือสระว่ายน้ำและสวนน้ำค่ะ ต่อให้แดดเปรี้ยงและคนเยอะเพียงใด เด็กๆ ก็สนุกได้ตลอด เรียกว่าชุดว่ายน้ำแทบจะไม่แห้งกันเลยทีเดียว เพราะลงเล่นน้ำกันวันละ 2-3 ครั้ง!

บนเรือมีการดูแลความปลอดภัยเวลาที่เด็กๆ เล่นน้ำในสระ (ซึ่งลึกประมาณ 1.20 เมตร) เด็กๆ จะต้องใส่เสื้อชูชีพด้วยเสมอและต้องมีผู้ใหญ่ลงไปด้วย ส่วนสไลเดอร์จะมีการกำหนดความสูงของผู้เล่นเอาไว้ และมีเวลาเปิด-ปิด

IMG_8226
สวนน้ำและ Rope Garden
IMG_8241
ว่ายได้ แม้ในเวลาแดดเปรี้ยง!

สังเกตุว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ มีเวลาว่างค่อนข้างมาก หลายๆ คนก็จะอยู่บนเรือกันร่วมเดือนเลยทีเดียว ใช้เวลาเพลินๆ และแวะลงไปเที่ยวตามเมืองต่างๆ ที่เรือแวะพัก ว่ากันว่าการใช้ชีวิตบนเรือสำราญอาจจะถูกกว่าการอยู่ใน Nursing Home ด้วยซ้ำ!

ด้วยความที่เรือสัญชาติอิตาเลียน Costa Venezia ลำนี้เดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทำให้เรือยังใหม่เอี่ยมอยู่มาก และมีกลิ่นอายของอิตาลีอยู่พอสมควร (ขนมปังและพาสต้าบนเรืออร่อยมาก น่าจะเป็นเพราะได้เครื่องปรุงมาจากที่อิตาลี) นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางตามรอยมาร์โคโปโลตามคำโปรยของเรือ โดยออกจากอิตาลีที่เมือง  Trieste และมาสิ้นสุดเส้นทางที่ Yokohama ประเทศญี่ปุ่น

ว่าด้วยเรื่องอาหารบนเรือ แพคเกจห้องพักจะรวมค่าอาหารทุกมื้อไว้เรียบร้อยแล้ว โดยห้องอาหารที่รวมในแพคเกจคือ Canal Grande Restaurant, Marco Polo Restaurant และ Lido Marketplace แต่บนเรือก็จะมีร้านอาหารที่ไม่รวมอยู่ในแพจเกจอยู่ด้วย เช่น ร้าน Lu Hot Pot (สุกี้สไตล์จีน) ร้าน Yan Teppanyaki (เทปปันยากิ) ร้านอาหารทะเล Frutti Di Mare ร้านสเต๊ก La Fiorentina Steak House ฯลฯ เป็นต้น เผื่อทานวนๆ ไปแล้วเบื่อ ก็จะได้เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง

สำหรับเรือที่มีผู้โดยสารกว่า 3000 คน การจัดการเรื่องร้านอาหารนับว่ามีความสำคัญมาก ดังนั้น แขกแต่ละห้องจะได้รับบัตรที่กำหนดเรื่องสถานที่และรอบการรับประทานอาหารเอาไว้ โดยจะแบ่งเป็น First Seating ที่เริ่มตั้งแต่ 17.45 น. และ Second Seating ที่เริ่ม 20.15 น. โดยอาหารกลางวันและอาหารเย็นในห้องอาหารที่กำหนดจะเป็น set menu แบบ 3 และ 5 คอร์ส เพื่อให้ง่ายต่อการสั่งและเสิร์ฟ แต่ถ้าอยากทานแบบบุฟเฟ่ต์และบริการตนเองก็สามารถเลือกร้าน Lido Marketplace ได้ ซึ่งที่นั่นจะเป็นแบบ open sitting คือจะทานตอนไหนก็ได้ไม่ได้กำหนด (ตราบใดที่ร้านอยู่ในช่วงเปิดให้บริการ ซึ่งก็แทบจะทั้งวัน) แต่เมนูแต่ละวันและแต่ละมื้อก็จะคล้ายๆ กัน และไม่ได้หลากหลายเหมือนบุฟเฟ่ต์โรงแรมที่บ้านเรา

IMG_8214
appetizer

เครื่องดื่มในห้องอาหารแบบ sit down dinner จะไม่รวมอยู่ในแพคเกจ ดังนั้นจะต้องจ่ายเงินต่างหาก (แต่บนเรือก็มีแพคเกจเครื่องดื่มให้เลือกซื้ออยู่ด้วยเหมือนกันค่ะ มีหลายแพคเกจขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องดื่มและปริมาณด้วย) แต่ถ้าเป็นที่ห้องอาหาร Lido Marketplace จะมีตู้กดน้ำเปล่าให้ และมีชา-กาแฟบริการฟรี

IMG_8186
ลาเต้ร้อนๆ

แต่ถ้าอยากได้กาแฟลาเต้ หรืออื่นๆ เป็นพิเศษ สามารถสั่งได้จากที่ Cafe หรือบาร์ค่ะ ราคาถ้วยละราวๆ 100 บาท

IMG_8206
Juventus Museum

สำหรับใครที่เป็นแฟนฟุตบอลของ Juventus บนเรือ Costa Venezia ก็มีพิพิทธภัณฑ์ Juventus Museum เล็กๆ ให้ได้เดินชม ชั้นบนของเรือมีสนามฝึกซ้อมฟุตบอลและครูสอนตามรอบที่กำหนด และยังมีร้านขายของที่ระลึกของทีมให้แวะช้อปด้วย

แต่ละวันในเรือ ก็เป็นการใช้เวลาสบายๆ นั่งรับลม เดินเล่น และร่วมกิจกรรมตามที่เราสนใจ อย่างเช่น แข่งปาเครื่องบินกระดาษ (ซึ่งเค้าจัดให้เป็นกิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่) ฯลฯ

เรือมาถึงที่แหลมฉบังช่วงเช้าวันที่ 16 เมษายนค่ะ ซึ่งผู้โดยสารทุกคนต้องลงจากเรือเพื่อผ่านพิธีศุลกากรที่ประเทศไทย แล้วจึงจะกลับขึ้นเรือใหม่ หรือซื้อทัวร์แบบ day trip ไปเที่ยว (มีทั้งทัวร์กรุงเทพฯ พัทยา และอยุธยา ตามความสนใจ) ร้านค้าปลอดภาษีและคาสิโนก็ปิดให้บริการ ส่วนพวกเราก็ยังคงอยู่บนเรือกันอีก 1 คืน เพราะกำหนด check out คือเช้าวันที่ 17

เรือ Costa Venezia แวะจอดที่แหลมฉบัง 1 คืนและมีแผนจะเดินทางต่อไปเวียตนามในช่วงเย็นของวันที่ 17

ในคืนวันที่ 16 พวกเราต้องเตรียมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้หน้าห้องก่อนเที่ยงคืน เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาทยอยขนกระเป๋าลงไปให้ ส่วนของใช้ส่วนตัวที่เหลือจะต้องใส่ในกระเป๋าถือใบเล็กที่สามารถถือลงเองได้ สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ บนเรือ ก็จะมีใบสรุปมาให้ในคืนนี้ โดยเค้าจะหักค่าใช้จ่ายไปจากบัตรเครดิตที่เราได้ลงทะเบียนไว้ในวันแรกที่ขึ้นเรือนั่นเองค่ะ

IMG_8318

ได้เวลาบอกลาเรือ Costa Venezia บ้านลอยน้ำของเราตลอด 4 คืนที่ผ่านมากันแล้ว พร้อมกับความประทับใจของประสบการณ์ล่องเรือครั้งแรกของพวกเรา

จนกว่าจะพบกันใหม่ Arrivederci!

 

 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s