The End of the F***ing World

10-696x392

หลังๆ มานี่สังเกตุว่าตัวเองสนใจและชอบดูหนังประเภท coming of age มากขึ้น อาจเป็นเพราะสมัยที่ฉันเป็นวัยรุ่น มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ราบเรียบ (บางคนอาจจะพูดให้เจ็บๆ คันๆ ว่า เด็กแล้วแก่เลย) ไม่ค่อยได้เคยผ่านชีวิตโลดโผนแบบที่วัยรุ่นหลายคนเคยผ่านมา

พอมาอยู่ในวัยผู้ใหญ่ความราบเรียบนั้นก็ยังคงดำเนินต่อมา เหมือนวัฏจักรที่เวียนวน ตื่นนอน ทำงาน เลี้ยงลูก เข้านอน วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า

เมื่อลูกและสามีหลับก็ถึงเวลาหลีกหนีจากความจำเจ เป็นเวลาที่จะมี space เป็นของตัวเอง เป็นเวลาแห่งการ explore อะไรใหม่ๆ หรือทำอะไรที่อยากทำ อย่างงานอดิเรกที่ชอบหรือดูหนัง

และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ฉันเริ่มหันมาดูหนังประเภท coming of age ซึ่งอาจจะเป็นกลไกอะไรสักอย่างที่ส่วนลึกในใจของฉันอยากย้อนเวลาไปผจญภัย ใช้ชีวิตแบบอิสระ โลดโผน และไม่ต้องไปแคร์ (หรือ give a s***) กับอะไรมากนัก

ตอนแรกที่ดูหนัง The End of the F***ing World ซีซั่นก่อน ก็รู้สึกว่า นี่มันหนังบ้าอะไรเนี่ย แต่ดูต่อไปสักพักก็รู้สึกชอบ จากสายตาแบบผู้ใหญ่เจ้าระเบียบที่คอยคิดแต่จะ judge และจัดการ (เจ้ากี้เจ้าการ) กับตัวละคร ก็เริ่มเข้าใจและลองเข้าไปในหัวของตัวละครแทน รับรู้ความรู้สึกสับสน กลัว ตื่นเต้น เหงา และอีกหลายๆ อย่าง

จนมีซีซั่นที่ 2 ออกมา ก็อยากจะค่อยๆ ละเลียดดู แต่อีกใจก็อยากดูต่อไปแบบ non-stop

มาลองนั่งคิดดู ก็นึกถึงตัวเองว่าคงเหมือนกันตัวละคร Tom Wingfield ในเรื่อง The Glass Menagerie ที่บางครั้งก็อยากหลบออกจากโลกความจริงแล้วไปลองใช้ชีวิตของคนอื่นผ่านตัวละครในหนังแทน